กำแพงภาษีทรัมป์อาจทำสินค้าจีนทะลักเข้าไทย ‘กอบศักดิ์’ ชี้สินค้าจีนที่ส่งไปขายสหรัฐไม่ได้เพราะกำแพงภาษีทรัมป์อาจจะถูกระบายเข้ามาขายให้ประเทศไทยแทน
ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความกล่าวถึงการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสู่สหรัฐ ซึ่งมีการปรับตัวเลขอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จาก 34% เป็น 125% ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งทำให้ในภาพรวมแล้วสินค้าจีนถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีทั้งสิ้น 145% ว่า
“145% ไม่ใช่ 125% !!!
การเพิ่มอัตรา Tariffs ใส่จีนเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก แค่เขียนสั้นๆ ใน Executive Orders เช่น
ในวันที่ 8 เมษายน “ที่เคยเขียนไว้ว่า 34% ให้เอาออก และใส่คำว่า 84% เข้าไปแทน”
ในวันที่ 9 เมษายน อีกครั้ง “ที่เคยเขียนไว้ว่า 84% ให้เอาออก และใส่คำว่า 125% เข้าไปแทน”
แค่นี้ก็จบ
หมายความว่า จีนต้องจ่ายภาษีนำเข้าก่อน Reciprocal Tariffs 10 +10 = 20% สำหรับกรณี Fentanyl แต่เมื่อรวม Reciprocal Tariffs ที่ท่านประธานาธิบดีประกาศล่าสุด 10 + 10 + 125 = 145% !!!! จึงไม่ใช่แค่ 125% ตามที่หลายคน (รวมถึงผมด้วย) เข้าใจกัน
ภาษีที่สูงลิ่วนี้ ทำให้บริษัทต่างๆ ของสหรัฐเริ่มยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจากจีน เช่น Amazon แจ้ง Suppliers ไปว่า ขอยกเลิก เพราะสู้ภาษีนำเข้าไม่ไหว พร้อมหันไปหาประเทศอื่นๆ แลกกันคนละหมัด
สหรัฐวุ่นวายเพราะตลาดทุนที่ปั่นป่วน โดยเฉพาะตลาด Bonds จีนกำลังจะวุ่นวายเพราะ โรงงานต่างๆ ไม่มีคำสั่งซื้อจากสหรัฐ และถ้าเทียบกัน สหรัฐส่งออกมาที่จีนเพียง 143.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ส่วนจีนส่งออกมาที่สหรัฐ 438.9 พันล้านดอลลาร์ สรอ. หรือประมาณ 1 ต่อ 3
หมายความว่าต่อไปจีนต้องหาตลาดใหม่ให้สินค้าตนเอง ประมาณเดือนละ 37 พันล้านดอลลาร์ สรอ. มากกว่าที่ไทยส่งออกไปทั้งโลกในละเดือนที่ 27 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ส่วนหนึ่งของสินค้าที่ถูกยกเลิกคงส่งมาบุกที่เมืองไทย เราคงต้องเตรียมการรับมือดีดีครับ”