Newsต่างประเทศการค้าสะเทือน! หลังตู้สินค้าจีน-สหรัฐดิ่งลง 45% ขณะที่บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือของไต้หวันระบุ “ไม่มีความต้องการสินค้าที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ”

การค้าสะเทือน! หลังตู้สินค้าจีน-สหรัฐดิ่งลง 45% ขณะที่บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือของไต้หวันระบุ “ไม่มีความต้องการสินค้าที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ”

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่มีต้นทางจากจีนและมุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ ลดลงเกือบครึ่ง ขณะเดียวกัน บริษัทต่างชาติที่ลงทุนในจีนกำลังเผชิญกับความท้าทายเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงจากทั้งสองประเทศ 

 

นอกจากนี้ คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกภายใน 100 วันหลังกลับเข้าสู่ทำเนียบขาว ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในบรรดาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบ 70 ปี

 

ข้อมูลจาก Vison เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ระบุว่า ปริมาณการจองตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตจากจีนไปยังสหรัฐฯ ลดลงถึง 45% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ จอห์น เดนตัน เลขาธิการสภาหอการค้านานาชาติ (ICC) ระบุว่า อุตสาหกรรมการค้ากำลังชะลอการจัดส่งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐฯ และจีนจะลดภาษีเมื่อใด

 

ขณะเดียวกัน จำนวนเรือขนส่งสินค้าจากจีนไปยังสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการนับแยกโดย Bloomberg ลดลง 40% เหลือเพียง 40 ลำ ณ วันที่ 26 เม.ย. เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือน ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดย EasyWay Airfreight ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศในฮ่องกงเปิดเผยว่า ปริมาณสินค้าจากจีนที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ ในเดือนนี้ลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการค้านั้นรุนแรงกว่าที่สถิติระบุไว้เสียอีก

 

บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือ TS Lines ของไต้หวันล่าสุดได้ระงับบางบริการขนส่งจากเอเชียไปยังชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่า “ไม่มีความต้องการสินค้าที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ” 

 

ด้าน เจย์ ฟอร์แมน ซีอีโอของบริษัทผลิตของเล่นสหรัฐฯ Basic Fun แสดงความกังวลต่อสถานการณ์โดยกล่าวว่า “ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขนาดของความสูญเสียจะควบคุมไม่ได้” ขณะที่ Shein บริษัทแฟชั่นออนไลน์สัญชาติจีนได้ตัดสินใจปรับขึ้นราคาสินค้าถึง 377% ก่อนที่สหรัฐฯ จะยกเลิกข้อยกเว้นภาษี de minimis สำหรับพัสดุขนาดเล็ก ซึ่งถูกมองว่าเป็นแรงกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าผู้บริโภคในสหรัฐฯ

 

จีนก็ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน โดย Financial Times รายงานว่า ธุรกิจร่วมทุนที่ดำเนินธุรกิจแปรรูปในจีนกำลังเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากต้องจ่ายภาษีศุลกากร 2 ครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อนำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐฯ (125%) และอีกครั้งคือเมื่อส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปยังสหรัฐอเมริกา (145%) ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะได้รับความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากบริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจร่วมทุนในจีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าการค้าของประเทศ

 

จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป Financial Times ชี้ว่า บริษัทต่างชาติจำเป็นต้องทบทวนกลยุทธ์ “ผลิตในจีน ส่งออกไปยังประเทศที่สาม” เพื่อรับมือกับภาวะความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน รายงานยังเผยว่าหลายบริษัท รวมถึงผู้ผลิตจีนเอง กำลังทยอยย้ายฐานการผลิตไปยังอินเดีย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น

 

ขณะที่ สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยืนยันว่าการเจรจาการค้ากับจีนยังคงดำเนินอยู่ พร้อมเน้นย้ำว่า จีนจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า โดยชี้ว่า ภาษีที่สูงกว่า 100% ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว เบสเซนต์ ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังมีความคืบหน้าในการเจรจากับหลายประเทศ และคาดว่าข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

 

ที่มา: Business Korea

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า