ต้องการสงคราม จีนก็พร้อมต่อสู้ในทุกสมรภูมิ ไม่ว่าสงครามภาษี สงครามการค้า หรือสงครามอะไรก็ตาม
จีนประกาศกร้าวว่าพร้อมที่จะทำสงครามทุกประเภทกับสหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ-การเมืองต่อจีน
“หากสหรัฐฯ ต้องการสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามภาษี สงครามการค้า หรือสงครามประเภทในก็ตาม เราก็พร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด” สถานทูตจีนในสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวานนี้ (5 มี.ค.)
โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวในวันเดียวกันว่า “หากสหรัฐฯ มีวาระอื่นในใจ และสหรัฐฯ ต้องการทำลายผลประโยชน์ของจีน เราก็พร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด เราเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดครอบงำและกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องของการเจรจาและความร่วมมือโดยเร็วที่สุด”
คำพูดดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่การเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเติม 10% ของทรัมป์มีผลใช้บังคับเมื่อวันอังคาร (4 มี.ค.) ส่งผลให้ยอดภาษีนำเข้าทั้งหมดที่เรียกเก็บในเวลาเพียงประมาณหนึ่งเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 20%
ทางฝั่งจีนได้ตอบโต้สหรัฐฯ ในทันที โดยประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ บางรายการเพิ่มอีก 10%-15% ซึ่งครอบคลุมสินค้าจำพวกอาหาร และสินค้าเกษตร เริ่มวันที่ 10 มี.ค. และกำหนดข้อจำกัดการส่งออกไปยังบริษัทในสหรัฐฯ 15 แห่ง
ภายหลังจากมาตรการภาษีรอบแรกสหรัฐฯ เมื่อเดือน ก.พ. มาตรการตอบโต้ของจีนยังรวมถึงการปรับขึ้นภาษีการนำเข้าพลังงานบางรายการของสหรัฐฯ และขึ้นบัญชีบริษัทสหรัฐฯ 2 แห่งในรายชื่อบริษัทที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการทำธุรกิจในประเทศแถบเอเชีย
หลังจากที่จีนประกาศกร้าวว่าพร้อมที่จะทำสงครามทุกประเภทกับสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาชี้แจงจุดยืนของสหรัฐฯ ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Fox News ในวันพุธ (5 มี.ค.) ว่าสหรัฐฯ พร้อมสำหรับทำสงครามกับจีนหากจำเป็น
“เราเตรียมพร้อมแล้ว… ผู้ที่โหยหาสันติภาพต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม” “นั่นคือเหตุผลว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงได้เสริมสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ เราอาศัยอยู่ในโลกที่อันตรายกับประเทศที่ทรงอำนาจและมีอำนาจเหนือกว่าซึ่งมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันมาก” “พวกเขาเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศอย่างรวดเร็ว และกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย พวกเขาต้องการแทนที่สหรัฐฯ หากเราต้องการหลีกเลี่ยงการทำสงครามกับจีนหรือประเทศอื่น ๆ เราจะต้องแข็งแกร่ง” เฮกเซธ กล่าว