Moody’s คาดจีนจะแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นแท่นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกภายในสิ้นปีนี้ โดยแซงเกาหลี-เยอรมนีไปแล้ว
มูดี้ส์ อนาไลติกส์ เปิดเผยรายงานระบุว่า จีนกำลังจะแซงหน้าญี่ปุ่นในฐานะผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกภายในสิ้นปี 2566
“จีนมียอดการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยแซงหน้าเกาหลีใต้ในปี 2564 และแซงหน้าเยอรมนีในปี 2565 ทำให้จีนเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก” มูดี้ส์ ระบุในรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
รายงานระบุว่า ขณะนี้จีนกำลังตีตื้นญี่ปุ่นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โดยในไตรมาสที่ 2/2566 จีนมียอดการส่งออกรถยนต์ตามหลังญี่ปุ่นประมาณ 70,000 คัน เมื่อเทียบกับเกือบ 171,000 คันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
“ด้วยอัตราการส่งออกระดับนี้ จีนจะแซงหน้าญี่ปุ่นภายในสิ้นปีนี้” นักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ ระบุ
อุปสงค์รถยนต์ไฟฟ้าที่พุ่งสุงขึ้นส่งผลให้การส่งออกรถยนต์โดยรวมของจีนสูงกว่าระดับที่เคยทำได้ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 รายได้จากการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การส่งออกรถยนต์โดยรวมของญี่ปุ่นและไทย ซึ่งรวมถึงรถยนต์ที่ใช้น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้า ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19
มูดีส์ ให้เหตุผลว่าอุปสงค์รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจาก “การลดราคาครั้งใหญ่โดยผู้ผลิตในจีนและการอุดหนุนของภาครัฐ”
ทั้งนี จีนมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งมูดี้ส์ระบุว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ได้เปรียบในด้านต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ตามการคาดการณ์ของมูดี้ส์ จีนผลิตลิเธียมมากกว่าครึ่งหนึ่งของอุปทานทั่วโลก ด้วยต้นทุนค่าแรงงานที่ต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้