วิชาด้อยพัฒนา ชาญวิทย์อัดวิชาประวัติศาสตร์ไทย ขาดเรื่องราวทางสังคม-มิติทางวัฒนธรรม-เรื่องสามัญชน มีแต่ให้ท่องจำราชธานีและบรรดานามกษัตริย์
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิจารณ์แนวทางการสอนวิชาประวัติศาสตร์ของไทยว่าเป็นวิชาที่ด้อยพัฒนาที่สุด เนื่องจากเน้นไปที่การท่องจำชื่อราชธานีและพระนามของบูรพกษัตริย์ไทยในอดีต มากกว่าที่จะสอนเรื่องราวทางสังคม มิติทางวัฒนธรรม และเรื่องราวของสามัญชน
ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้เชิญให้ทหารมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในวิชาประวัติศาสตร์ ใน “โครงการผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกความเป็นไทย”
ดร.ชาญวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ “The Subject of History in Thailand (วิชาประวัติศาสตร์ในประเทศไทย)” เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2567 โดยมีข้อความว่า
วิชาประวัติศาสตร์ เป็นวิชาที่ค่อนข้างน่าเบื่อหน่ายในเมืองไทย ไม่ค่อยมีคนอยากจะเรียนกันมากนัก เมื่อเทียบกับวิชาอื่น ๆ แต่ก็เป็นวิชาที่ผู้กุมอำนาจรัฐ พยายามเข้ามาควบคุม กำหนดหัวข้อ ทั้งในการเรียนการสอน โดยอย่างยิ่งเฉพาะในระดับโรงเรียน ประถม มัธยม
กล่าวโดยย่อวิชา ปวศ. รวมทั้งแบบเรียน ปวศ. ในระดับก่อนอุดมศึกษาจึงขาดอิสระเสรีภาพทางวิชาการ กลายเป็นวิชาท่องจำ ชื่อราชธานี บรรดานามกษัตริย์ ความสามารถเก่งกาจของผู้นำ และปีพุทธศักราช
ในขณะเดียวกันวิชา ปวศ. ก็ขาดมิติทางสังคม ขาดมิติทางวัฒนธรรม ขาดเรื่องราวของผู้คนธรรมดา ๆ สามัญชน ขาดความหลากหลายทางชาติพันธุ์/เพศสภาพ
ว่าไปแล้ว วิชา ปวศ.ของไทยน่าจะเป็นวิชาที่ด้อยพัฒนาที่สุด และน่าเชื่อว่าถ้ายังตกอยู่ในเงื้อมมือราชการอย่างที่เป็นมา โดยเฉพาะอยู่ในมือของหน่วยราชการความมั่นคงแล้ว วิชา ปวศ. คงไม่มีทางที่จะพัฒนาขึ้นมาได้ และคงเป็นวิชา ที่ถูกผูกขาดอยู่ตลอดไป
ครับ นักคิดนักเขียนนามกระเดื่อง จอร์จ ออร์เวลล์ ผู้เขียน 1984 กล่าวไว้ว่า Who controls the past controls the future. Who controls the present controls the past. ซึ่งขอแปลงเป็นภาษาไทย ดังนี้ ผู้ใดยึดกุมอดีตไว้ได้ ผู้นั้นจะยึดกุมอนาคต ส่วนผู้ยึดกุมแต่ปัจจุบัน ก็จะยึดได้เพียงแค่อดีต
ในสถานการณ์ปัจจุบันของการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย ที่เราไม่ทราบได้ว่าจะจบลงอย่างไรนั้น แต่ถ้าหากว่าฝ่ายที่ต่อสู้ เพื่อสิทธิเสรีภาพเสมอภาคได้รับชัยชนะจะเปิดโอกาสให้วิชาประวัติศาสตร์หลุดออกจากโซ่ตรวนที่พันธนาการอยู่ได้หรือไม่ ?