เกมวัดดวงครั้งใหญ่ของ “จักรภพ เพ็ญแข” กับการรับเผือกร้อนที่ไม่มีใครในรัฐบาลอยากรับ ท่ามกลางการถูกจ้องกำจัดจากภายในพรรค
[เกมวัดดวงของจักรภพ เพ็ญแข] กับการรับเผือกร้อนที่ไม่มีใครในรัฐบาลอยากรับหน้า ท่ามกลางการถูกจ้องกำจัดจากขั้วการเมืองในพรรคเพื่อไทยเอง
—
ปกติจักรภพ เป็นคนที่เก่งและมีหลักการ ดังนั้นบนเวทีดีเบตกับฝ่ายสีส้ม จักรภพมักจะแสดงชั้นเชิงในเรื่องที่ได้เปรียบ และหลบหลีกเป็นในเรื่องที่เสียเปรียบ
แต่เมื่อวานนี้ในการพูดคุยในรายการกับ น็อต วรฤทธิ์ การถูกถามคำถามง่ายๆ และไล่จี้ในเรื่องท่าทีของรัฐบาลในสถานการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา ทำให้จักรภพ “เสียทรง” ครั้งใหญ่
ตอนดีเบตเรื่องการเมือง จักรภพจัดการได้ทุกเวที แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของ “อารมณ์ความรู้สึก” ของประชาชนคนไทย ที่ไม่พอใจและกำลังโกรธเคืองกับการรุกรานของฝ่ายกัมพูชาที่ยิงถล่มเป้าหมายพลเรือน ทั้งปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โรงเรียน
ดังนั้นการให้คำตอบในเวลานี้ จึงต้องเข้าใจอารมณ์ของประชาชนไปด้วย
—
น็อต วรฤทธิ์ ไม่ใช่นักวิชาการ เขาไม่ใช่คนที่มาคุยเรื่องหลักการอะไร แต่คำถามของเขาสะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจคนไทยเกือบทั้งประเทศในเวลานี้ ว่ารัฐบาลรู้หรือไม่ว่า ฝ่ายกัมพูชาต้องการอะไร และเราจะจัดการกับเขาอย่างไร?
ประชาชนคนไทยต้องการแค่เห็น “ความหนักแน่นชัดเจน” และ “พึ่งพาได้ของรัฐบาล” ในยามวิกฤตของประเทศ
ประชาชนไม่ได้ต้องการฟังโวหารหรือหลักการยืดยาวใดๆ ทางการเมือง (แบบที่ปกติเอาไว้ปะทะกับพรรคการเมืองคู่แข่ง)
เขาต้องการแค่ความชัดเจนและรู้สึกพึ่งพาได้เท่านั้น แต่จักรภพไม่สามารถให้เขาได้ในการมาออกรายการเมื่อวาน
หากมองข้ามเรื่อง การพูดว่าไม่ได้เป็นพ่อฮุนเซน เลยไม่รู้ว่าฝ่ายกัมพูชาต้องการอะไร ที่เหลือจักรภพไม่ได้พูดอะไรผิด หลักการในการต่างประเทศที่เขาพูดมานั้นถูกต้อง แต่มันผิดกาลเทศะ ผิดที่ผิดทาง ผิดบริบทไปหมด
—
ในพรรคเพื่อไทยเอง ก็มีการเมืองภายในของแต่ละขั้ว-แต่ละก๊ก
จักรภพ แม้จะถูกให้กลับมาเกือบ 2 ปี แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเข้าไปช่วยงานรัฐบาลหรือพรรคได้อย่างเต็มตัว เพราะโดนสกัดจากอีกขั้วหนึ่งที่มีอิทธิพลในพรรคมากในช่วงหลัง
ขนาดว่าวันนั้นจักรภพประกาศว่าจะเข้ารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล แต่วันต่อมาต้องลบและขออภัยในการสื่อสารที่ผิดพลาด ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผิดใจกับขั้วของ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกชุดปัจจุบัน (ที่ไม่ค่อยมีใครฟังเขาแล้วในเวลานี้)
—
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในเวลานี้ เหมือนเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีคนในรัฐบาลไม่ว่าพรรคไหน-คนไหน อยากจะรับผิดชอบงานนี้ (แต่ถ้าไปกินเลี้ยงตกลงเรื่องผลประโยชน์ก็อีกเรื่อง)
การที่หมอมิ้ง – พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งให้จักรภพเข้าเป็นที่ปรึกษา เพื่อทำการสื่อสารกับประชาชนในเวลานี้ ถือเป็นโอกาสจากความสัมพันธ์ของคนเก่าแก่ในเพื่อไทย
ซึ่งแน่นอนว่ามี “ความเสี่ยงสูงมาก” ที่ต้องมารับเผือกร้อนในเวลานี้
หากจักรภพ “ทำได้ไม่ดี” ก็เข้าทางขั้วอำนาจที่อยากกำจัดจักรภพให้พ้นทางไปอยู่แล้ว โดยไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากเลย
แต่หาก “ทำผลงานได้ดี” ก็อาจจะแค่เสมอตัว เพราะไม่มีอะไรมาการันตีว่าหลังจบเหตุการณ์นี้ จักรภพจะได้ตำแหน่งหรือพื้นที่ในการทำงานในพรรคเพื่อไทยเหมือนยุคไทยรักไทย
เพราะโครงสร้างแต่ละขั้วในพรรคเปลี่ยนไปมาก คนใหม่ๆ ที่มีอิทธิพลในเวลานี้ ก็ไม่อยากให้จักรภพที่เป็นคนยุคเก่า เข้ามาแย่งพื้นที่งานของตน
—
การเข้ามารับเผือกร้อนในเวลานี้ของจักรภพ จึงเป็นเกมวัดดวงของอดีตขุนพลรายสำคัญในอดีตของเพื่อไทย ที่ต้องเลือกสร้างผลงานในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด
#TheStructure
#TheStructureEssay
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กัมพูชายิงก่อน