‘ไชยชนก’ ล้างบางระบบรัฐ 3 หมื่นแห่ง ชง ครม. บังคับใช้ MFA-รีเซ็ตรหัสผ่าน ขีดเส้น 15 วันปิดระบบร้างสกัดข้อมูลหลุดซ้ำ
วิกฤตข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลกำลังเป็นความท้าทายใหญ่ของภาครัฐ ล่าสุด นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าว “การยกระดับมาตรการหน่วยงานรัฐ เพื่อคุ้มครองข้อมูลประชาชน” พร้อมเตรียมนำเสนอมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชุดใหญ่ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้
🔴 เปิดสถิติช็อก ข้อมูลล็อกอินคนไทยทะลัก 200 ล้าน
นายไชยชนก เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีข้อมูลล็อกอินที่เคยรั่วไหลและถูกสะสมไว้สูงถึง 50,000 ล้านล็อกอิน ขณะที่ประเทศไทยมีข้อมูลล็อกอินรั่วไหลสะสมกว่า 200 ล้านล็อกอิน (ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลสะสมมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19)
โดยพบว่ามีระบบของภาครัฐที่มีข้อมูลล็อกอินรั่วไหลประมาณ 30,000 ระบบ และภาคเอกชนมากกว่า 35,000 ระบบ ซึ่งรหัสผ่านเหล่านี้ถูกนำไปซื้อขายบน Dark Web
กรณีข้อมูลประชาชนรั่วไหลล่าสุด ไม่ได้เกิดจากการถูกแฮกเจาะระบบโดยตรง แต่เป็นกรณี Credential Leak หรือรหัสผ่านหลุด ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถนำรหัสดังกล่าวไปล็อกอินเข้าสู่ระบบได้ตามช่องทางปกติ ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่แค่การอุดช่องโหว่ แต่ต้อง “ตัดวงจร” ข้อมูลที่รั่วไหลออกไปแล้ว
🔴 รีเซ็ตรหัสผ่านแค่ซื้อเวลา ขีดเส้น 15 วันล้างระบบร้าง
เพื่อเป็นการรับมือแบบเร่งด่วน กระทรวงดีอีเตรียมบังคับใช้มาตรการ Force Reset หรือบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ในระบบภาครัฐทั้งหมด เพื่อไม่ให้รหัสเดิมที่อยู่ในมือมิจฉาชีพถูกนำมาใช้ซ้ำได้
“การรีเซ็ตรหัสผ่านเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเพื่อซื้อเวลา เพราะรหัสผ่านใหม่ก็สามารถถูกขโมยได้อีก หากผู้ใช้งานถูกหลอกให้กดลิงก์หรือกรอกข้อมูลในช่องทางที่ไม่ปลอดภัย” นายไชยชนก ระบุ
พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอีจะไม่ตรวจสอบเฉพาะบัญชีที่รหัสผ่านรั่ว แต่จะนำระบบภาครัฐทั้ง 30,000 ระบบมาตรวจสอบใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบที่ยังใช้งาน, เลิกใช้งาน, ระบบที่เปิดให้เข้าถึงจากภายนอก ไปจนถึงระบบหลังบ้าน โดยตั้งเป้าทำความสะอาดระบบ (Cleansing) และ ปิดระบบที่ไม่จำเป็นทั้งหมดภายใน 15 วัน
🔴 ชง ครม. บังคับใช้ MFA – ผูก KPI เข้ากับงบประมาณ
สำหรับมาตรการระยะยาว กระทรวงดีอีจะผลักดันให้หน่วยงานรัฐบังคับใช้ การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA – Multi-Factor Authentication) โดยปรับใช้ให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละระบบ เพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหากรหัสผ่านหลุด
นอกจากนี้ กระทรวงฯ เตรียมเรียกหน่วยงานระดับกระทรวงและกรมกว่า 300 แห่ง เข้ามาทบทวนระบบและโครงสร้างทั้งหมด พร้อมพิจารณานำเรื่อง Cyber Security และ Digitalization ไปกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) ซึ่งจะส่งผลเชื่อมโยงโดยตรงกับการจัดสรรงบประมาณในอนาคต
แม้นายไชยชนกจะยอมรับว่า รัฐไม่สามารถรับประกันได้ 100% ว่าจะไม่มีข้อมูลรั่วไหลอีก แต่กระทรวงดีอีจะเร่งทำทุกวิถีทางเพื่อบริหารความเสี่ยง และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศให้รัดกุมที่สุดในระยะยาว
#TheStructure
#TheStructureNews
#ไชยชนกชิดชอบ #กระทรวงดีอี #CyberSecurity