กาสิโนคือเงินใหม่ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘เผ่าภูมิ’ แจง 3 แนวคิดหลักด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ชี้ ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ จำเป็นและต้องเกิดใน ก.ย. นี้
ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวาระพิจารณาคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายรัฐบาล นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช. คลังชี้แจงถึง 3 แนวคิดหลักด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ซึ่งประกอบด้วย
1 เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ (Demand Side Economy) ด้วยกำลังซื้อที่แข็งแรง ซึ่งถือเป็น DNA ของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน และสำหรับโครงการดิจิทัล วอลเล็ตที่มีการถกเถียงกันมานาน ซึ่งรัฐบาลมองว่ามีความจำเป็นต้องสร้างกำลังซื้อในประเทศให้เกิดขึ้นก่อน เพื่อเหนี่ยวนำไปสู่การลงทุนในอนาคต
ในเวลานี้กำลังซื้อในประเทศแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือรายได้ภาคเกษตรกร ซึ่งในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมานี้เพิ่มขึ้น 4.8% และรายได้ภาคประชาชนซึ่งในช่วงเดียวกันเพิ่มขึ้น 7.4% แต่ทั้งนี้จะต้องพิจารณาต่อว่าตัวเลขที่ดีขึ้นนี้ ส่งผลไปถึงการผลิต และการลงทุนภาคเอกชนด้วยหรือไม่
ซึ่งดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต บ่งชี้ว่าตัวเลขยังไม่ค่อยดีนัก กำลังซื้อที่เกิดขึ้นเหมือนจะดูดี แต่แรงส่งยังไปไม่ถึงภาคการผลิต อีกทั้งยังต้องการแรงกระตุ้นเพื่อให้ภาคการบริโภคแข็งแรงมากกว่านี้ เพื่อรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจให้ไปถึงภาคการผลิตให้ได้
และนี่เป็นสาเหตุว่าเหตุใดโครงการดิจิทัล วอลเล็ตจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นให้ได้เร็วที่สุด และจะต้องกระจายเม็ดเงินให้ได้ภายในเดือน ก.ย. นี้ เพื่อให้กำลังซื้อแข็งแรงมากเพียงพอที่จะกระตุ้นภาคการผลิตองประเทศ
ในขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังประคองภาคการผลิตด้วยการปล่อยสินเชื่อ และออกมาตรการกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้ SME มากขึ้น
2 การแก้ไขหนี้ ซึ่งสามารถแบ่งได้ 3 ส่วน คือ 1.หนี้ภาคประชาชน หรือหนี้ครัวเรือน 2.หนี้ภาคธุรกิจ และ 3.หนี้ภาครัฐ หรือหนี้สาธารณะ ซึ่งจะต้องแก้ไขให้สมดุลกัน แต่ในขณะนี้หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 90% ของ GDP ส่วนหนี้ภาคธุรกิจอยู่ที่ 55% และหนี้สาธารณะอยู่ที่กว่า 60% ซึ่งเห็นได้ถึงความไม่สมดุล และการโยนภาระหนี้ไปที่ประชาชน
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมาภาครัฐยังช่วยอุ้มภาคประชาชนได้ไม่ดีมากพอ ในการลดหนี้ภาคประชาชนให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำ เพื่อสร้างกำลังซื้อของภาคประชาชนให้สูงขึ้น
“จึงเป็นที่มาว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่กังวลมากต่อการเพิ่มหนี้สาธารณะ ตราบใดก็ตาม ที่มาสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดหนี้ภาคครัวเรือนที่อันตรายกว่า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลของหนี้ 3 กอง” นายเผ่าภูมิกล่าว
3 รัฐบาลให้ความสำคัญกับ “เงินใหม่” ซึ่งเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ ที่รอการถูกดึงเข้ามาในประเทศ นอกเหนืองบประมาณประจำปี ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีเดินสายไปชักชวนนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา
เพราะต้องการให้เกิดเม็ดเงินใหม่ และเป็นที่มาของโครงการ Entertainment Complex ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อมาช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพในไทย
การทำ Financial Hub และการแก้ไขกฎหมายเพื่อดึงดูดให้สถาบันการเงินจากต่างชาติเข้ามาตั้งสาขาในประเทศไทย ก็จะเป็นเงินใหม่ที่ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ และสุดท้ายการจัดตั้งกองทุนกองทุนวายุภักษ์ 1 จะทำให้เกิดการระดมทุนใหม่ ๆ เข้ามาสู่ระบบ
“นี่คือหลักคิดของเราในการที่จะขับเคลื่อนประเทศด้วย Demand Side Economy ในการทำเศรษฐกิจให้จุดประกายด้วยกำลังซื้อ ด้วยอุปสงค์ การบริหารหนี้ 3 กองของประเทศ และการดึงเงินใหม่เข้ามาบริหารประเทศ นอกเหนือจากเงินงบประมาณ ทั้งหมดเหล่านี้ ท่านจะมองเห็นหลักคิดของรัฐบาลว่าเราจะเดินไปสู่จุดไหน” นายเผ่าภูมิกล่าว