ไม่มีมาตรการ ป้องกันการฟอกเงินที่ชัดเจน ‘พรรคประชาชน’ ชี้ ‘กฎหมายคาสิโน’ เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการฟอกเงิน
นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่าร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร นั้นยังขาดมาตรการการป้องกันการฟอกเงินที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ร่วมเป็นคณะกรรมการนโยบาย
แต่กลับไม่มีบทบัญญัติใดที่ระบุถึงอำนาจหน้าที่ของ ปปง. ในการตรวจสอบหรือกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจคาสิโน ซึ่งอาจจะกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนผิดกฎหมายใช้ในการแสวงผลประโยชน์ได้
นอกจากนี้ ในการแต่งตั้งคณะทำงาน 11 คน ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการฟอกเงิน หรือการจัดการผลกระทบทางสังคมแม้แต่คนเดียว
อีกทั้งยังมีการพึ่งพาผู้ประกอบการระดับโลก โดยขาดการกำกับดูแลที่มากเพียงพอ ซึ่งการที่รัฐบาลมอบความไว้วางใจกับเอกชน โดยไม่มีการกำกับดูแลจากภาครัฐอย่างชัดเจนนั้น อาจจะถือเป็นการละเลยหน้าที่ของรัฐ และเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการฟอกเงินได้
ตนจึงขอฝากไปยังรัฐบาล ให้มีการดำเนินการในเรื่อง Entertainment Complex และคาสิโนอย่างรัดกุม และรอบด้าน ป้องกันการเป็นแหล่งฟอกเงินของมิจฉาชีพ และมีการสร้างกลไกในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
โดยคาสิโน จะต้องมีการทำรายงานธุรกรรมทางการเงิน และควรกำหนดกฎหมายให้มีการทำ KYC (Know Your Customer – กระบวนการตรวจสอบตัวตนของลูกค้าเพื่อป้องกันการกระทำกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย เช่นการฟอกเงิน หรือการทุจริต) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก เป็นกระบวนการที่ใช้ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนลูกค้า
อีกทั้งยังควรที่จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของลูกค้า หรือการทำ CDD (Customer Due Diligence – กระบวนการในการรวบรวมข้อมูลของลูกค้า เพื่อการประเมินความเสี่ยง) เพื่อการประเมินความเสี่ยงและความโปร่งใสของลูกค้า
“ผมเริ่มไม่แน่ใจว่ากฎหมายที่รัฐบาลผลักดันนี้ จะช่วยแก้ปัญหาหรือเพิ่มปัญหาให้กับประเทศ หรือบทบาทของรัฐบาลมีเพียงแค่สนับสนุนทุกอย่างที่พ่อนายกฯเสนอ โดยไม่สนใจผลกระทบที่จะตามมา
ขนาดมีกฎหมายการรายงานธุรกรรม สถาบันการเงินยังไม่ทำตามเลย แล้วนี่ทำกฎหมายคาสิโน แต่ไม่เขียนมาตรการไว้ในตัวบทกฎหมาย ใครที่ไหนจะทำให้คุณ รัฐบาลต้องทำให้ดีกว่านี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน” นนท์กล่าว และกล่าวต่อว่า
ตนเองเคยเป็นกรรมาธิการรายงานศึกษาการจัดตั้ง Entertainment Complex ของสภาฯ ซึ่งได้มีการรายงานข้อเสนอแนะไปยัง ครม. ไปแล้วว่าควรจะมีขนาดใหญ่ เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว มีสปา สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า
แต่จากที่ดูในบัญชีแนบท้ายร่างกฎหมายของ ครม. พบว่าสิ่งเหล่านี้ได้ถูกตัดลดทิ้งลงแทบจะทั้งหมด และลดขนาดลงเพื่อให้ครบตามที่เสนอมาเท่านั้น ซึ่งนี่ทำให้ตนเองเกรงว่าในท้ายที่สุดแล้ว จะเป็นการยกเอาคาสิโนของกัมพูชามาไว้ในประเทศไทย