อนุมัติสร้าง 4 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้า
นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำปาว เขื่อนห้วยแม่ท้อ และเขื่อนกระเสียวกำลังผลิตติดตั้งรวม 6.75 เมกะวัตต์
โดยมีวงเงินขออนุมัติ 959.76 ล้านบาท แบ่งเป็น (1) เงินตราต่างประเทศ 243.83 ล้านบาท และ (2) เงินบาท 715.93 ล้านบาท โดยให้สามารถเกลี่ยงบประมาณระหว่างโครงการได้ ทั้งนี้ ให้ถือว่า กฟผ. ได้รับอนุมัติงบประมาณเพื่อการลงทุนตามแผนการประมาณการเบิกจ่ายประจำปี 2567 ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ
ทั้ง 4 โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ภายในประเทศ และดำเนินการตามนโยบายภาครัฐตามแผน PDP2018 Rev.1 และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนตามนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย
ทั้งนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีข้อสังเกตว่า จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันอันเนื่องมาจากสภาวะโลกร้อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การควบคุมการผลิตพลังงานไฟฟ้าในลักษณะดังกล่าวไม่สามารถคาดการณ์กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง
โดยในห้วงปี 2558 และปี 2566 ที่ผ่านมาเคยเกิดสถานการณ์ระดับน้ำในเขื่อนลำตะคองแห้งขอดเนื่องจากสภาวะภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้กรมชลประทานต้องลดการระบายน้ำออกจากเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับการอุปโภคและบริโภค รวมถึงเก็บไว้ใช้เพื่อการเกษตร
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากกรณีดังกล่าว กฟผ. จึงควรจัดทำแผนรองรับกรณีดังกล่าวในอนาคต และควรศึกษาถึงศักยภาพของการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม
รวมถึงสอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าและลักษณะทางกายภาพของแต่ละพื้นที่เพิ่มเติม เช่น โรงงานไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม โดยประเมินลกระทบและความเป็นไปได้ในการผลิตพลังงานจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบอื่นให้ครอบคลุมในทุกมิติ
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน