ยุคมืดกัมพูชาสองปีภายใต้ฮุน มาเนต The Diplomat ชี้กัมพูชาเสื่อมถอยตลอดสองปีที่ผ่านมา ฮุน มาเนต ยังคงเดินตามรอยพ่ออย่างไม่ผิดเพี้ยน
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 The Diplomat นิตยสารข่าวออนไลน์ระดับโลก เผยแพร่บทวิเคราะห์ชื่อว่า “Cambodia’s Decline Under 2 Years of Hun Manet” สะท้อนภาพการเสื่อมถอยของกัมพูชาภายใต้การนำของฮุน มาเนตตลอดสองปีที่ผ่านมา
The Diplomat ระบุว่า นับตั้งแต่ ฮุน มาเนต ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนสิงหาคม 2023 แทนที่บิดา ฮุน เซน กัมพูชาก็ยิ่งถอยหลังเข้าสู่ภาวะรัฐรวมศูนย์ที่ไร้ความโปร่งใสและปราศจากความรับผิดชอบ ความหวังว่าผู้นำรุ่นใหม่ซึ่งได้รับการศึกษาจากตะวันตกจะนำพาการเปลี่ยนแปลง กลับถูกกลบด้วยการสืบทอดอำนาจอย่างแนบเนียนและการปราบปรามที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
รัฐบาลภายใต้ฮุน มาเนต ยังคงเดินตามรอยพ่ออย่างไม่ผิดเพี้ยน ทั้งการล้างฝ่ายค้านในเวทีเลือกตั้ง และการแก้ไขกฎหมายสัญชาติให้สามารถถอนสัญชาติผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากบฏหรือสมคบกับต่างชาติ Amnesty International เตือนว่า “อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้ผู้วิจารณ์รัฐบาลกลายเป็นคนไร้รัฐ”
ตามรายงานของ Transparency International กัมพูชาติดอันดับ 158 จาก 180 ประเทศในดัชนีคอร์รัปชันปี 2024 ขณะที่ World Justice Project จัดอันดับหลักนิติธรรมของประเทศไว้ที่ 141 จาก 142 ประเทศ—สะท้อนถึงระบบยุติธรรมที่แทบไม่เหลือความน่าเชื่อถือ
เศรษฐกิจยังคงพึ่งพาแรงงานราคาถูกในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ขาดการลงทุนในภาคผลิตที่ยั่งยืน แรงงานนับล้านต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แต่หลังความขัดแย้งชายแดนกับไทยในกลางปี 2025 แรงงานจำนวนมหาศาลถูกส่งกลับโดยไม่มีมาตรการรองรับจากรัฐ
ในด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลยังคงเวนคืนที่ดินชุมชนเพื่อมอบให้กลุ่มทุน ส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้และแหล่งชีวภาพสำคัญถูกทำลาย ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และสิทธิในที่ดินถูกจับกุมและคุกคามอย่างต่อเนื่อง
ที่น่ากังวลที่สุดคือการที่กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก รายงานจาก Amnesty International และ Jacob Sims ผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอกลวงออนไลน์ ระบุว่าอุตสาหกรรมสแกมในกัมพูชาสร้างรายได้ปีละ 12,000-19,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP ประเทศ มีค่ายสแกมกว่า 350 แห่ง และแรงงานต่างชาติราว 150,000 คน
รัฐบาลถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นหรือเพิกเฉยต่ออุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะกรณี “ก๊ก อัน” ส.ว.จากพรรค CPP และที่ปรึกษาใกล้ชิดฮุน เซน ซึ่งถูกทางการไทยออกหมายจับฐานเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงไซเบอร์สแกม
เสรีภาพสื่อในประเทศถูกทำลายอย่างเป็นระบบ Voice of Democracy และ Radio Free Asia ถูกบีบให้ปิดตัว ขณะที่นักข่าวท้องถิ่นถูกจับกุม และสื่อจากต่างประเทศถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ ส่งผลให้การเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอาชญากรรมเป็นไปอย่างยากลำบาก
สองปีภายใต้ฮุน มาเนต ไม่เพียงแต่ไม่พาประเทศไปข้างหน้า หากยังผลักกัมพูชาให้จมลึกลงสู่ความมืดของการกดขี่ การโกงกิน และอาชญากรรมระดับโลก โดยมีประชาชนเป็นผู้แบกรับความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน
#TheStructure
#TheStructureNews
#กัมพูชา #ฮุนมาเนต #แก็งคอลเซ็นเตอร์