เสนอให้ขึ้นทะเบียน รถบัสนักเรียนและผู้สูงอายุ ‘วุฒิชาติ’ ชี้ต้องมีการติดตามผลการตรวจการสภาพรถให้มากกว่านี้
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม กล่าวถึงการที่วุฒิสภาเสนอญัตติด่วน เรื่องแนวทางการป้องกัน แก้ไข ช่วยเหลือเยียวยา ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ว่าประเด็นหลักคงไม่แตกต่างไปจากที่สภาผู้แทนราษฎรตั้งญัตติด่วนมาก่อนหน้านี้ มีความห่วงใยต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
และจะเป็นการเสนอแนะไปยังรัฐบาลว่าจะมีมาตรการอย่างไรกับความสูญเสีย และแนวทางที่เหมาะสมเพื่อให้นักเรียนที่ไปทัศนศึกษาสามารถดูแลตัวเองได้
ตนเองเชื่อว่ามาตรฐานความปลอดภัย และหน่วยงานที่รับผิดชอบมีความเข้มงวดอยู่แล้ว แต่ขาดการติดตาม เช่นการติดตามทุก ๆ 2-3 เดือนหลังการตรวจสภาพ ไม่ใช่ต้องรอเมื่อครบวาระแล้วเข้ามาตรวจอีกที และอาจจะมีการอบรมผู้ให้บริการ ให้มีการให้ความรู้แก่ผู้โดยสาร เช่นเดียวกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ให้คำแนะนำผู้โดยสารก่อนทำการบิน
สำหรับกรณีที่มีการหลบเลี่ยงการตรวจสอบด้วยการถอดถังแก๊สออก อย่างกรณีที่นครราชสีมานั้น นายวุฒิชาติกล่าวว่า เรื่องนี้ก็มีประเด็นเช่นกัน เพราะทำให้ขาดความปลอดภัย และมาตรการตรวจติดตามเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งกรมการขนส่งทางบก มีตรวจการพิเศษอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องดูว่าตรวจที่ต้นทางหรือปลายทาง แต่สิ่งที่ตนเองสบายใจแล้วคือมี GPS ที่ทำให้เข้าติดตามสถานการณ์ได้ทันท่วงที
เมื่อถามว่าการเข้าไปตรวจสภาพของรถที่ได้มีการถอดถังแก๊สออกก่อนนั้นจะทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ยากขึ้นหรือไม่ และเป็นการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายวุฒิชาติ กล่าวว่า ถ้ามองในแง่ดีก็เป็นเช่นนั้น แต่ในอีกแง่หนึ่งก็อาจจะเป็นการสมรู้ร่วมคิด ซึ่งในเรื่องนี้สิ่งสำคัญคือมาตรการที่ต้องเน้นย้ำ ให้มีการปฎิบัติอย่างจริงจัง และถ้ามีการตรวจทิพย์ ก็จะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด
ซึ่งในบ่ายวันนี้ กมธ. คมนาคมจะตั้งประเด็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการขอความร่วมมือ และช่วยกำชับในเรื่องของความปลอดภัย และเราต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกในเรื่องพวกนี้ นอกจากนี้จะเสนอให้มีการขึ้นบัญชีรถบริการที่จะให้บริการแก่ผู้สูงอายุหรือเด็กนักเรียนด้วย