รับอานิสงส์ สงครามการค้าจีน-สหรัฐ ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรบราซิลจ่อได้อานิสงส์ส่งออกอาหาร แต่ก็อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อด้านอาหารพุ่งสูงขึ้นไปอีก
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะทำให้ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของบราซิลมีโอกาสได้ส่วนแบ่งตลาดจีนมากขึ้น แต่ก็อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อด้านอาหารในบราซิลพุ่งสูงขึ้นไปอีก
จีนตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ อย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้ โดยประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,000 ล้านดอลลาร์ (7.06 แสนล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเนื้อสัตว์และถั่วเหลืองเพิ่มอีก 10%-15%
คาดว่าบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกถั่วเหลือง ฝ้าย เนื้อวัว และเนื้อไก่รายใหญ่ที่สุดของโลก จะส่งออกไปยังจีนมากขึ้น เนื่องจากผู้นำเข้าต้องการสินค้าปลอดภาษี
ในช่วงดำรงตำแหน่งวาระแรกของทรัมป์ สงครามการค้าที่เขาก่อขึ้นกับจีนส่งผลให้เกษตรกรในสหรัฐสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับบราซิลไปจำนวนมาก โดยสหรัฐฯ ไม่เคยได้รับส่วนแบ่งการตลาดของถั่วเหลืองกลับคืนมา จีนยังคงซื้อสินค้าเกษตรจากบราซิลมากกว่าที่เคยซื้อก่อนสงครามการค้าครั้งแรก และมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะเร่งตัวขึ้นอีกครั้งจากมาตรการภาษีรอบล่าสุด
นักวิเคราะห์จาก Santander กล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เพิ่มสูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นให้จีนจัดหาธัญพืชและโปรตีนจากบราซิลมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง ส่งผลให้ราคาในสหรัฐฯ ลดลงตามไปด้วย ขณะที่ความต้องการและราคาในบราซิลจะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่มากขึ้นจะหมายถึงอุปทานภายในประเทศที่ลดลง ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนของเมล็ดพืชที่ใช้เลี้ยงสัตว์สำหรับโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ในท้องถิ่นด้วย
ราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอาจเป็นข่าวร้ายสำหรับประธานาธิบดี ลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล ซึ่งความนิยมลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น ราคาอาหารและเครื่องดื่มพุ่งสูงขึ้นประมาณ 8% ในปี 2024 ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติ IBGE และในเดือน ม.ค. ก็เพิ่มขึ้นเกือบ 1% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ห้า
ธนาคารกลางของบราซิล ซึ่งได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย กล่าวว่าราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รองประธานาธิบดี เจอรัลโด อัลค์มิน และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ได้หารือกับผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารในวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) ขณะที่รัฐบาลกำลังหาทางลดเงินเฟ้อด้านอาหาร
อัตราเงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้นในปี 2018-2019 เมื่อบราซิลส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีนมากขึ้น ดัชนีราคาผู้บริโภคของบราซิลสิ้นสุดปี 2018 อยู่ที่ 3.75% และพุ่งขึ้นเป็น 4.31% ในปีถัดไป
นักวิเคราะห์จาก Santander ตั้งข้อสังเกตว่าแม้จะไม่รุนแรงเท่ากับการจัดเก็บภาษีในปี 2018 แต่มาตรการภาษีล่าสุดที่ปักกิ่งประกาศจะเร่งให้เกิดการกระจายความเสี่ยงในระยะยาวจากอุปทานของสหรัฐฯ
ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจีนจะทำให้อุตสาหกรรมการเกษตรของบราซิลมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดยคาดว่าผลผลิตสินค้าสำคัญในปีนี้จะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
คาดว่าบราซิลจะเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองได้มากถึง 170 ล้านเมตริกตัน ในปี 2024/25 ด้วยยอดการส่งออกทะลุ 100 ล้านตัน ขณะที่อุตสาหกรรมเนื้อวัว เนื้อสัตว์ปีก และเนื้อหมู ก็คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตสูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้เช่นกัน
“จีนจะพยายามนำเข้าจากบราซิลให้ได้มากที่สุด” คาร์ลอส โคโก จากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจการเกษตร Cogo กล่าว พร้อมเสริมว่า มาตรการภาษีใหม่ของจีนจะทำให้สินค้าของสหรัฐฯ ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าของบราซิลได้
ริคาร์โด ซานติน หัวหน้ากลุ่มล็อบบี้ธุรกิจเนื้อสัตว์ ABPA กล่าวกับรอยเตอร์ว่า “ในที่สุดบราซิลก็จะได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของราคาและผลกำไร” ในส่วนของต้นทุนอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้นนั้น ซานตินกล่าวว่า กำไรจากการส่งออกเพิ่มเติมไปยังจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อเนื้อสัตว์จากบราซิลรายใหญ่ น่าจะช่วยชดเชยต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นได้
(1 ดอลลาร์ = 33.64 บาท)