Newsนโยบายสาธารณะและการพัฒนาธปท. ออกโครงการ แก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรอีสาน ชี้ ‘มาตรการพักหนี้’ ยิ่งทำ เกษตรกรยิ่งเป็นหนี้

ธปท. ออกโครงการ แก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรอีสาน ชี้ ‘มาตรการพักหนี้’ ยิ่งทำ เกษตรกรยิ่งเป็นหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่บทความเรื่อง “เข้าใจหนี้ เข้าใจเกษตรกร (อีสาน) :เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกับการแก้หนี้อย่างเข้าใจมนุษย์” โดยกล่าวถึงภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม 

 

และระบุว่ากว่า 93% ของเกษตรกรภาคอีสานมีหนี้สิน และกว่า 53.3% อยู่ในภาวะที่เรียกว่า “หนี้เรื้อรัง” ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศซึ่งอยู่ที่ 49.7% และมีเพียง 10.4% ของเกษตรกรอีสานเท่านั้นที่สามารถชำระหนี้ได้อย่างปกติ



— มาตรการพักหนี้สำหรับเกษตรกร ยิ่งทำ เกษตรกรยิ่งเป็นหนี้ —

ธปท. ระบุว่ามาตรการพักหนี้สำหรับเกษตรกรของรัฐบาล เพื่อบรรเทาภาระการชำระหนี้ในระยะสั้นนั้น ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาในระยะยาว ตรงกันข้ามเกษตรกรที่เข้าร่วมมาตรการพักหนี้ กลับมีอัตราการโตของหนี้ที่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการอย่างมีนัยสำคัญ

 

เนื่องจากมาตรการพักหนี้ในอดีตส่วนใหญ่เป็นการพักชำระแค่เงินต้น แต่เกษตรกรยังคงต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่ถึงแม้รัฐจะช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้บางส่วน และเกษตรกรสามารถกู้เพิ่มได้ระหว่างพักหนี้ 

 

นอกจากนี้ยังไม่ได้มีมาตรการอื่นที่สำคัญควบคู่ไปด้วย เช่น การสนับสนุนการเพิ่มรายได้ให้มีเงินมาจ่ายหนี้ การสร้างแรงจูงใจในการชำระหนี้ การสร้างความรู้และวินัยทางการเงิน และการสื่อสารมาตรการให้เกษตรกรเข้าใจอย่างแท้จริง จึงทำให้มาตรการในอดีตไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน 

 

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามออกแบบมาตรการใหม่ที่ตอบโจทย์ปัญหานี้ได้มากขึ้น เช่น การที่รัฐเปลี่ยนมาจ่ายดอกเบี้ยชดเชยเจ้าหนี้แทนเกษตรกรให้ทั้งหมด ทำให้การชำระหนี้ของเกษตรกรสามารถไปตัดต้นให้ลดลงได้ทันที 

 

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ร่วมมือกับพันธมิตรในการทำวิจัยภายใต้ “โครงการสนามทดลองเพื่อแก้ไขหนี้สินเกษตรกรอย่างยั่งยืน” โดยมีกิจกรรม “ชำระดีมีโชค” และ “ธนาคารใกล้บ้าน” ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเกิดแรงจูงใจในการชำระหนี้และปลดหนี้ให้เร็วขึ้น

กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้เรื้อรัง

ธปท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ริเริ่ม “โครงการศึกษาทดสอบประสิทธิผลของหน่วยกระจายข้อมูลเพื่อกระตุ้นให้การชำระหนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” 

 

โดยหัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการนำ “เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม” มาทดลองใช้และศึกษาวิธีการใหม่ ๆ ในการช่วยปรับพฤติกรรมการชำระหนี้ของเกษตรกร

 

สมมติฐานสำคัญของการทดลองนี้คือ พฤติกรรมการบริหารหนี้ของเกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนได้หากมีการกระตุ้นอย่างเหมาะสม (ในแง่นี้ เกษตรกรไม่ได้ต่างจากคนกลุ่มอื่น ๆ ในสังคม) 

 

โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้ทดลองใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายกับลูกหนี้ เช่น การสื่อสารผ่านผู้ใหญ่บ้าน ร้านค้าชุมชน และบุคคลที่มีอิทธิพลในท้องถิ่น (local influencer) ใน 200 หมู่บ้านทั่วภาคอีสาน เพื่อจูงใจให้พวกเขามาชำระหนี้ตามกำหนดเวลา

 

เสียงสะท้อนจากกลุ่มทดลองในอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พื้นที่ทดลองนำร่อง เล่าว่าพวกเขาได้รับข้อมูลการประชาสัมพันธ์โครงการพักชำระหนี้และชำระดีมีโชคจาก local influencer ในหมู่บ้าน 

 

เช่น ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประธานกองทุนหมู่บ้าน หรือประธานสหกรณ์ ที่แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันตลอด รวมถึงได้ยินเสียงตามสายของผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เข้าใจรายละเอียดของโครงการมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและชำระหนี้ต่อไป

 

แม้จะอยู่ระหว่างทำการทดลอง แต่ผลการทดลองเบื้องต้นพบว่า การสื่อสารโดยการเพิ่มช่องทางการสร้างความรับรู้ในชุมชนให้เหมาะสมสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเกษตรกรได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยช่องทางการสื่อสารผ่าน local influencer มีผลกระทบมากที่สุดต่อการชำระหนี้ของเกษตรกร

 

 เนื่องจากเกษตรกรเชื่อถือคำแนะนำจากบุคคลที่พวกเขารู้จักและไว้วางใจ รองลงมาคือการสื่อสารผ่านผู้ใหญ่บ้านที่เป็นบุคคลที่เกษตรกรมีความคุ้นเคยและเคารพ ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการใช้บุคคลที่เกษตรกรไว้วางใจในกระบวนการสื่อสาร

 

นอกจากการสื่อสารโดยตรง การสนับสนุนผ่านสื่ออื่น ๆ เช่น โปสเตอร์ ไลน์ หรือการโทรศัพท์ติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ ยังช่วยให้เกษตรกรรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมายและสม่ำเสมอมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้เรื้อรัง

 

การแก้หนี้เรื้อรังต้องทำในทุกระดับ

ปัญหาหนี้เรื้อรังของเกษตรกรภาคอีสานไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการระยะสั้นหรือการพักหนี้เพียงอย่างเดียว การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยการปรับปรุงพฤติกรรมทางการเงินของเกษตรกร 

 

การสื่อสารที่เข้าถึง และการออกแบบนโยบายที่จูงใจให้เกิดการชำระหนี้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนานโยบายที่ช่วยสร้างแรงจูงใจและยกระดับความสามารถในการชำระหนี้ของเกษตรกรให้ดีขึ้น 

 

ท้ายที่สุดนี้ การแก้ปัญหาหนี้เรื้อรังจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการทำงานร่วมกันทั้งในระดับนโยบาย การสื่อสาร และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรเองด้วย

 

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/bot-magazine/Phrasiam-68-1/localeco_esandebt.html 






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า