ธปท. เปิด ยุทธการ “ปิดปากม้า” ห้ามทุกธนาคารโอนเงินเข้า ‘บัญชีต้องสงสัย -บัญชีม้า’ ตั้งแต่ 31 ม.ค. และภายใน มี.ค. ทุกธนาคารต้องมีระบบแจ้งเตือนบัญชีม้า
ธปท. เปิดยุทธการ “ปิดปากม้า” ห้ามโอนเงินเข้าบัญชีต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ และจะมีการขยายขอบเขตการป้องกันความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมเชิงรุก กำหนดให้ทุกธนาคารสร้างระบบแจ้งเตือนบัญชีม้าภายในเดือน มี.ค. นี้ เผย 75% ของโจรออนไลน์ โอนเงินหนีทางบัญชีคริปโตฯ
รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าแม้ที่ผ่านมา ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยทุจริตทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสียหายจากภัยทุจริตทางการเงินไม่ได้ลดลง เนื่องจากรูปแบบและพฤติกรรมของมิจฉาชีพเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
ธปท. จึงยกระดับมาตรการเชิงป้องกัน โดยเพิ่มความเข้มข้นและขยายผลการจัดการบัญชีต้องสงสัย เพื่อให้ธนาคารสามารถดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันความเสี่ยง และแก้ปัญหาภัยทุจริตทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. กล่าวชี้แจงถึงรายละเอียดของมาตรการดังกล่าว โดยมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้
1 การกวาดล้างบัญชีม้าให้ได้มากขึ้น โดยจะปรับปรุงเงื่อนไขการพิจารณาบัญชีม้าให้เข้มงวดขึ้น โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พฤติกรรมการโอนเงิน มูลค่าธุรกรรม และจะมีการดำเนินการกับบัญชีม้าได้แม้ยังไม่ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหาย
2 ยกระดับการจัดการบัญชีม้าระดับบุคคลที่เข้มข้นขึ้น ผ่านการ “ปิดปากม้า” ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (31 ม.ค. 2568) โดยจะห้ามทุกสถาบันการเงิน ไม่ให้โอนเงินเข้าบัญชีต้องสงสัยเป็นบัญชีม้า
และจะต้องมีการแจ้งเตือนไปให้ผู้โอนรู้ตัวว่า อาจกำลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า เพื่อป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้น และผู้ถูกหลอกไม่ต้องเสียเวลาในการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อรับเงินคืนซึ่งในเวลานี้สามารถทำได้เพียงบางธนาคาร แต่คาดว่าทุกธนาคารจะทำได้ภายในเดือนมีนาคม
3 การขยายการจัดการในวงที่กว้างขึ้น โดยธนาคารจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยระหว่างกัน แม้ยังไม่มีการแจ้งความ เพื่อดำเนินการป้องกันภัยทุจริตได้ครอบคลุม รวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น
นอกจากนี้ ธปท. ยังกำหนดให้ธนาคารพัฒนาการจัดการบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงเงื่อนไขการตรวจจับบัญชีม้าให้ทันสมัย และพัฒนาระบบตรวจจับบัญชีม้าและพฤติกรรมผิดปกติของลูกค้า เช่น กรณีที่มีการโอนเงินไปยังบัญชี “คริปโตเคอร์เรนซี” ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า 75% ของบัญชีมา ใช้เส้นทางการการเงินนี้
อีกทั้งยังให้มีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อการปิดช่องโหว่เส้นทางเงินที่สำคัญของมิจฉาชีพ
ทั้งนี้ ธปท. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภัยทุจริตทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือและความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการด้วย โดยแต่ละฝ่ายจะต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองตามขอบเขตมาตรฐานที่ผู้กำกับดูแลกำหนดไว้อย่างชัดเจน
ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายจากภัยทุจริตทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และธปท. จะประกาศกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่ธนาคารพึงปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับผู้กำกับดูแลด้านอื่น ๆ ต่อไป