ไบเดน อาจใช้สิทธิยับยั้งกฎหมาย ที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายพรรครีพับลิกัน เรื่องการลดค่าใช้จ่ายสำหรับการทหาร การทำแท้งและสวัสดิภาพชาว LGBTQ
ทำเนียบขาวกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ เตรียมจะใช้สิทธิวีโต้ (Veto) เพื่อยับยั้งร่างกฎหมายที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม สุขภาพ และการเกษตร ซึ่งเสนอโดยพรรครีพับลิกัน และมีแนวโน้มว่าจะน่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาฯ ที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่
ไบเดนยังได้กล่าวหาว่า เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และผู้แทนจากพรรครีพับลิกันกำลังเดินหน้าออกกฎหมาย ที่ผิดจากระดับค่าใช้จ่ายที่ระบุในข้อตกลงขยายเพดานเงินหนี้
“ฝ่ายบริหารคัดค้านการผ่านร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการ MILCON (Military Construction), กระทรวงการทหารผ่านศึกสหรัฐฯ (United States Department of Veterans Affairs : DVA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับปีงบประมาณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2024… หากประธานาธิบดีได้รับ H.R. 4366 เขาจะยับยั้ง (Veto) ร่างกฎหมายนั้น”
นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังกล่าวถึงร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านการเกษตรและสุขภาพอีกฉบับ ซึ่ง ปธน.ไบเดน ขู่จะใช้สิทธิวีโต้เช่นกัน โดยระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีบทบัญญัติที่จะมี “ผลกระทบร้ายแรง” เช่น การตัดการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ (การทำแท้ง), การตัดงบประมาณเพื่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการคุกคามสุขภาพและความปลอดภัยของชาว LGBTQ+
เดือนที่แล้ว ปธน.ไบเดน ได้ลงนามในกฎหมายเพื่อขยายเพดานหนี้ ส่งผลให้สหรัฐรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ครั้งประวัติศาสตร์ โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2568
สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรส (CBO) คาดการณ์ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 51.79 ล้านล้านบาท ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
(1 ดอลลาร์ = 34.53 บาท)