อีลอน มัสก์ ก็เคยเป็น แรงงานผิดกฎหมายมาก่อน ไบเดน ชี้ว่ามัสก์ควรคิดถึงตอนที่เขาเริ่มต้นอาชีพในสหรัฐฯ จะได้มีความเห็นใจกับผู้อพยพที่เข้ามาในประเทศ
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวหา อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของพรรครีพับลิกัน ว่าได้เริ่มต้นอาชีพที่ยาวนานของเขาในสหรัฐฯ ในฐานะ “คนงานผิดกฎหมาย” ก่อนที่จะกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
ไบเดน กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในงานรณรงค์หาเสียงเพื่อสนับสนุนพรรคเดโมแครต ที่จัดขึ้นในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันเสาร์ (26 ต.ค.)
ไบเดน กล่าวถึงมัสก์ว่าเป็น “พันธมิตรคนใหม่ผู้ร่ำรวยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” “ชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคนนี้กลับกลายเป็นคนงานผิดกฎหมาย” “เขาควรจะเรียนหนังสือเมื่อเขามาด้วยวีซ่านักเรียน เขาละเมิดกฎหมาย แต่กลับพูดถึง ‘คนผิดกฎหมาย’ ที่กำลังเข้ามาหาเรา”
จากนั้นเขาก็วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน ที่ไม่ยอมลงนามในกฎหมายที่จะแก้ไข “ปัญหาชายแดน” พร้อมเสริมว่า “ตอนนี้มีคนข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายน้อยลง น้อยกว่าที่เคยเป็นมาตั้งแต่ปีที่สามที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ”
จากการวิเคราะห์ของ Peterson Institute of International Economics (PIIE) พบว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายการย้ายถิ่นฐานฉบับใหม่ของทรัมป์นั้นรวมถึงแผนปฏิบัติการเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ การยุติสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด การเพิกถอนวีซ่าและเนรเทศนักศึกษาต่างชาติที่เป็นผู้ประท้วงที่สนับสนุนปาเลสไตน์ เป็นต้น
ความคิดเห็นของไบเดนมีขึ้นหลังการรายงานของ Washington Post ที่อ้างถึงจดหมาย บันทึกทางกฎหมาย และผู้คนหลายคนที่ช่วยให้มัสก์ได้รับวีซ่าทำงานในปี 1996 หลังจากที่เขาทำงานในสหรัฐฯ โดยไม่มีวีซ่า
รายงานระบุว่า มัสก์ เดินทางมาถึงสหรัฐด้วยความตั้งใจที่จะเข้าเรียนต่อในระดับบัณฑิตศึกษาที่สแตนฟอร์ดในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เขาไม่ได้ลงทะเบียนในโปรแกรมที่เขาได้รับการยอมรับ แต่กลับเริ่มสร้างบริษัทสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า Zip2 ร่วมกับน้องชายของเขา นักลงทุนในบริษัทแรกของมัสก์กังวลว่า “ผู้ก่อตั้งบริษัทจะถูกเนรเทศ” และได้กำหนดเส้นตายให้มัสก์ในการขอวีซ่าทำงาน
Zip2 ถูกขายไปในราคาประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ (1.01 หมื่นล้านบาท) ในปี 1999 ซึ่งเป็นรายได้ก้อนโตที่ทำให้ อีลอน มัสก์ กลายมาเป็นนักลงทุนรายแรกๆ และประธานบริษัท Tesla และเริ่มต้นธุรกิจอวกาศที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากอย่าง SpaceX ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศรายใหญ่ของสหรัฐฯ
ธุรกิจเหล่านี้ผลักดันให้มัสก์กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ตามรายงานของ Forbes ทรัพย์สินสุทธิของซีอีโอของ Tesla อยู่ที่ประมาณ 274,000 ล้านดอลลาร์ (9.26 ล้านล้านบาท) ในปัจจุบัน
(1 ดอลลาร์ = 33.79 บาท)