ไฟที่ลนก้นจีน และอานิสงส์ที่ไทยได้รับ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผยเบื้องหลังการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของจีน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากไทยและเมียนมา
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวว่าการเตรียมตัวในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมานั้น ทางการจีนได้มีการเตรียมตัวมาอย่างดี ตามธรรมเนียมของชาติมหาอำนาจที่กำลังเดือดร้อนจากกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ราวกับถูกไฟลนก้น
เนื่องจากคนจีนต่างพากันกล่าวโทษรัฐบาลว่าเหตุใดจึงไม่ดำเนินการปราบแก๊งคอลเซนเตอร์เสียที เนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้หลอกลวงคนจีน หนักมากกว่าที่ไทยถูกหลอกด้วยซ้ำไป อีกทั้งในอดีตรัฐบาลจีนประสบความล้มเหลวในการปราบปราม “หน่อคำ” ราชายาเสพติด เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จนเป็นเหตุให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเวลานั้นถูกปลดในภายหลัง
ดังนั้น รัฐมนตรีจีนคนปัจจุบันจึงตระหนักดีว่าหากตัวเองไม่สำเร็จ ก็คงจะประสบชะตากรรมเดียวกัน จึงส่งมือพระกาฬอย่างนาย หลิว จงอี้ ซึ่งเป็นมือปราบตัวฉกาจ มีผลงานมาแล้วมากมายอย่างที่หลายคนทราบกันดีลงมา ซึ่งเรื่องนี้นั้นทำให้คนไทยสบายใจขึ้น เนื่องจากว่าดีกว่าไม่ทำอะไรเลย อีกทั้งเรื่องนี้นั้นทำให้คนไทยได้รับประโยชน์ไปด้วย
อีกทั้งการเข้ามาของจีนนั้น ทำให้ไทยสามารถดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยอิทธิพลของจีนเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหากเราดำเนินการเองฝ่ายเดียว ก็คงจะทำไม่ได้ขนาดนี้ และการไล่ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลบหนีจากเมียวดีไปพญาตองซูหลังจากนี้ จะอย่างไรเราก็ต้องพึ่งจีน
อย่างไรก็ดี การเข้ามาดำเนินการของหลิว จงอี้นั้น ถือได้ว่าไม่เป็นไปตามขั้นตอนตามปกติทางการทูต ที่ต้องดำเนินการติดต่อกระทรวงต่าง ๆของไทย ผ่านกระทรวงต่างประเทศ อีกทั้งควรจะมีคนของทางการไทยเดินประกบตัวเอาไว้ ในระหว่างที่เดินทางไปมาในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านของเรา
แต่ทั้งนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว. กลาโหมยืนยันว่ามีการพูดคุยกันตลอด ก็ขอให้มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เนื่องจากเรื่องเหล่านี้นั้นอันตรายมา แต่อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ดีจริง ๆ
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอ 4 ข้อที่ทางการจีนเสนอมายังรัฐบาลไทย ผ่านหลิว จงอี้ ซึ่งประกอบไปด้วย
1 เสริมสร้างกลไกไตรภาคี ภายใต้อำนาจอธิปไตยและกฎหมาย และกฎหมายท้องถิ่น โดยให้ไทยเป็นเจ้าภาพ
2 ขอให้ไทยใช้มาตรการ 3 ตัดต่อไป
3 สกัดกั้นความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรตามแนวชายแดน
4 ขอให้ไทยให้ความช่วยเหลือในการส่งคนจีนกลับ
ทั้ง 4 ข้อนี้ ข้อที่ 1 – 3 นั้น ไทยจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เนื่องจากว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งกับประเทศในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากว่าในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น มีข้อตกลงในการปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ (Transnational Crime: TC)
ซึ่งข้อเสนอข้อแรกของจีนนั้น อาจจะเป็นได้ทั้งการเสริมสร้างจากข้อตกลงเดิม หรือขัดแย้งกับกลไกเดิมก็ได้ ซึ่งถ้าหากว่าจะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรจะมีการใช้กรอบการปราบปรามอาชญากรข้ามชาติของอาเซียน (Transnational Crime: TC) แล้วไปเชื่อมโยงกับจีนมากกว่า เพื่อป้องกันข้อครหาว่าไทยถูกจีนครอบงำ หรือจีนกำลังเข้ามาครอบงำใคร
ส่วนข้อ 2 และ 3 นั้น หากไทยนำไปปฎิบัติ ก็จะส่งผลกระทบต่อดุลอำนาจทางการเมืองภายในเมียนมา ที่มีความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเมียนมา และกองกำลังต่อต้านรัฐบาลหลายกลุ่ม จนส่งผลให้ไทยถูกลากเข้าไปสู่วังวนความขัดแย้งภายในของเมียนมาได้ จึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง