ได้ฤกษ์เปลี่ยน ไฟจราจรแบบปรับสภาพตามจริง ผู้ว่าชัชชาติเผย กทม.ปรับมาใช้ระบบอัตโนมัติแทนระบบมือ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟจราจรไม่สอดคล้องสภาพจริงบนถนน
วันที่ 6 พ.ค. 2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ในกรุงเทพฯ มีสัญญาณไฟจราจรประมาณ 500 แยก โดยระบบที่ใช้อยู่ยังเป็นแบบ Manual อยู่ กล่าวคือ ตำรวจจะคอยกดเปลี่ยนไฟตามสถานการณ์ที่เห็นจริง หรือระบบก็ออกแบบให้ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า เช่น เมื่อเห็นไฟแดงที่เริ่มมีการนับถอยหลัง
นั่นหมายความว่าไฟนั้นถูกตั้งเวลาไว้แล้ว ไม่ได้ปรับเปลี่ยนตามสภาพการจราจรในปัจจุบันเสมอไป ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ถนนที่ว่างเปล่ายังคงเป็นไฟเขียวอยู่ ในขณะที่ฝั่งตรงข้ามอาจเกิดคิวรถติดขึ้น หรือแม้แต่ถ้าตำรวจกดเองก็อาจมองไม่เห็นทุกสถานการณ์อย่างครบถ้วน
เพื่อแก้ปัญหานี้ กทม.จึงเริ่มใช้ระบบ “Adaptive Control”
ระบบนี้ทำงานโดยใช้กล้องจับภาพเพื่อวัดปริมาณรถ แล้วใหคอมพิวเตอร์คำนวณว่าควรปล่อยไฟอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะนี้ได้ติดตั้งไว้แล้วที่ 72 แยกตามแนวถนนสุขุมวิท, เพชรบุรี, พระรามสี่, พหลโยธิน และย่านสีลม โดยมีแผนจะเพิ่มอีก 200 แยกในปีหน้า
ทดลองระบบ Adaptive Control แล้วพบว่า ในช่วงนอกเวลาชั่วโมงเร่งด่วน สภาพจราจรดีขึ้นประมาณ 15% ซึ่งเป็นสัญญาณดีทีเดียว แต่ในช่วงเร่งด่วน ที่รถติดหนาแน่น บางแยกก็ยังต้องอาศัยตำรวจกดสัญญาณไฟอยู่ดี เพราะต้องประสานงานระหว่างทั้งระบบอัตโนมัติและการควบคุมของตำรวจให้เหมาะสม
“การปรับสัญญาณไฟตามปริมาณรถ บางครั้งเราบอกล่วงหน้าไม่ได้เพราะเราไม่รู้ว่ารถจะหมดเมื่อไหร่ อาจจะเห็นแค่ 5 วินาทีสุดท้ายแต่ไม่เห็นทั้งช่วง แต่สิ่งสำคัญคือระเบียบวินัยจราจร เทคโนโลยีอะไรฉลาดแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ถ้าคนไม่ปฏิบัติตามกฎ ไม่มีวินัยจราจร” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว