รัฐต้องแจงแผนก่อนเก็บเงิน ! แอตต้า ชี้ รัฐต้องบอกรายละเอียดแผนการใช้เงิน ก่อนเริ่มเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยว จากนั้นสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ถึงพร้อมเข้าไปมีส่วนร่วม
แอตต้าแจง รัฐต้องแจงแผน-รายละเอียดใช้เงินให้ชัดเจน ก่อนเริ่มเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
โดยแบ่งเป็นผ่านช่องทางอากาศ เก็บที่อัตรา 300 บาทต่อคนต่อครั้ง ส่วนช่องทางบกและช่องทางน้ำ 150 บาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการพัฒนาการท่องเที่ยว การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการจัดให้มีการประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในระหว่างท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่วนผู้ที่เดินทางเข้ามาแบบไปเช้า-เย็นกลับ จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ประมาณวันที่ 1 มิถุนายน 2566 นั้น
เบื้องต้นคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามที่ภาครัฐกำหนดไว้ก่อน เนื่องจากสมาคมได้สะท้อนผลบวกและลบให้กับรัฐบาลผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกด้านแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยต่อจากนี้ต้องการให้รัฐบาลเปิดรายละเอียดของแผนการใช้เงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ออกมาให้ชัดเจน
“เงินส่วนที่เก็บมานั้น รัฐบาลมีการแจงว่าจะแบ่งเป็นการทำประกันอุบัติเหตุให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ การจัดสรรพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความเสื่อมโทรม และการแบ่งมาจัดตั้งกองทุนท่องเที่ยว เพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการเอกชน หากต้องเจอวิกฤตในอนาคตจากนี้ โดยมองว่าในส่วนนี้ต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนออกมาก่อน เริ่มต้นว่า จำนวนเงินจัดเก็บเท่าใด แบ่งเป็นอะไรบ้าง ในแต่ละเดือนได้เท่าใด และสามารถตรวจสอบสถานะหรือเส้นทางการเงินเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนด้วย” นายศิษฎิวัชร กล่าว
จากที่รัฐกำหนดว่าจะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้ หากเร็วหรือช้ากว่านั้นก็มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวมากนัก เพราะเมื่อผ่านครม.ออกมาแล้ว ก็ถือเป็นกฎหมายที่ต้องออกมาใช้อยู่ดี จะเก็บช้าหรือเร็วก็คงไม่เป็นไร เพราะอย่างไรก็กำหนดในการจัดเก็บอยู่ดี แต่ก็อยากให้กำหนดออกมาให้ชัดเจนก่อนเริ่มต้น เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเที่ยวไทยนั้น ที่ผ่านมาก็มีความสนใจการสอบถามเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมนี้เข้ามาต่อเนื่อง แต่หากเราสามารถอธิบายจุดประสงค์ของการเก็บและการนำเงินไปใช้แบบสมเหตุสมผลได้ ก็คงไม่ได้กระทบกับบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของต่างชาติมากนัก
นอกจากนี้ สำหรับการแบ่งเงินในส่วนของค่าธรรมเนียมเข้ามาจัดตั้งกองทุนเพื่อการท่องเที่ยวนั้น อยากให้รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุนและกำหนดรายละเอียดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตอนนี้ใกล้เลือกตั้งแล้ว หากรัฐบาลชุดใหม่มีแนวคิดในการผลักดันเต็มที่ก็น่าจะดีมาก รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในกระบวนการทำงานของกองทุนดังกล่าวด้วย เพราะภาคเอกชน อาทิ สมาคมเป็นผู้มีความเข้าใจธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง มีประสบการณ์สูง จึงมีความพร้อมในการเข้าไปมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนกองทุนดังกล่าวอยู่แล้ว
เผด็จการ? ทายาท เฟอร์ดินาน มาร์กอส คว้าชัยชนะเลือกตั้งฟิลิปปินส์พร้อมนำพาครอบครัวคืนบัลลังในรอบ 36 ปี
“เซียร่า-ซาฮาร่า” 2 ตูบกู้ภัยจากไทย ร่วมภารกิจค้นหาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวตุรกี-ซีเรีย
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม