จับ 8 คนจีน พร้อมมือถือ 93 เครื่อง คาดเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังหลบหนี การกวาดล้างของทางการ
สถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร รายงานว่า เมื่อวานนี้ (19 ก.พ. 2568) นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และตำรวจภูธรเมืองยโสธร ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 10 คน ซึ่งเป็นคนไทย 2 คน และคนจีน 8 คนได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยโสธร
โดยผู้ต้องหาคนไทยทั้ง 2 คนนั้น เป็นพนักงานประจำรถโดยสาร ในขณะที่ผู้ต้องหาชาวจีน 2 คน มีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่เกินกำหนด และที่เหลือ 6 คนไม่มีหนังสือเดินทาง อีกทั้งยังตรวจพบโทรศัพท์มือถือได้ 93 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นของกลาง
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้นั้น พ.ต.ท.วรวุทธิ์ ท่านมุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยโสธร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ยโสธร ว่ามีการลักลอบนำบุคคลต่างด้าวผ่านมายังพื้นที่จังหวัดยโสธร โดยใช้รถยนต์โดยสารประจำทางกรุงเทพฯ-เขมราฐ และจะมาจอดพักรถที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยโสธร จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น จนได้ตัวผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว
ทั้งนี้ในเบื้องต้น มีการแจ้งข้อหาแก่คนไทยทั้ง 2 ในข้อหา “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ซึ่งทั้ง 2 ให้การสารภาพว่าต่างรับหน้าที่ขับรถโดยสาร นำพาชาวจีนทั้ง 8 มาจากแยกบ้านนา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และกำลังมุ่งหน้าไปอ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี แต่ถูกจับได้เสียก่อน
ส่วนชาวจีนทั้ง 8 ต่างอ้างว่ากำลังเดินทางไปทำงาน แต่โทรศัพท์มือถือเหล่านั้น ไม่ใช่ของตน ซึ่งตำรวจแจ้งข้อหาชาวจีน 2 คนที่มีหนังสือเดินทางที่เกินกำหนดในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
และอีก 6 คนที่ไม่มีหนังสือเดินทางในข้อหา ″เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางอนุญาต” โดยผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปให้พนักงานสืบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานว่าชาวจีนกลุ่มนี้อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากมีโทรศัพท์มือถือจำนวนมากและกำลังเดินทางไปยังชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหลบหนีการกวาดล้างของทางการ ไปยังฐานที่ตั้งแห่งใหม่