กองทัพบกเพิ่มกำลัง ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ‘แม่ทัพภาค 3’ ชี้การขายไฟฟ้าเป็นเรื่องของ ‘กฟภ. – มหาดไทย’ กองทัพมีหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน และสนับสนุนกำลังพล
กองทัพภาคที่ 3 เพิ่มความกวดขันในการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ชี้เรื่องการขายไฟฟ้าให้เมียนมา เป็นเรื่องของ กฟภ. และมหาดไทย กองทัพมีหน้าที่สนับสนุนกำลังพล และประสานงาน
พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่าการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา มีการปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการควบคุมชายแดน โดยมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และตรึงกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อสกัดกั้นการเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่เนื่องจากแนวชายแดนไทย-เมียนมายาวมาก การใช้กำลังทหารอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงใช้มาตรการทางการข่าว โดยมีการประสานงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองอื่น ๆ จากหลายภาคส่วน
เมื่อถามว่ากำลังพลเพียงพอหรือไม่ พล.ท.กิตติพงษ์กล่าวว่า จะใช้กำลังมหาศาลขนาดไหนก็ไม่พอ จึงต้องมีการศึกษาเส้นทางในจุดที่ล่อแหลมที่อาจจะมีการแทรกซึมเข้ามา และจัดวางกำลังตั้งจุดตรวจ จุดสกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดาร และยากลำบาก
โดยจะมีการนำอุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เข้าไปสนับสนุน เช่น อุปกรณ์ชุดเฝ้าตรวจ อีกทั้งจะยังมีการสนธิกำลังหลังจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการซีลพื้นที่ชั้นที่ 2 ซึ่งหัวใจสำคัญคือการ บูรณาการทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมมือกันและจับมือกันให้แน่น เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร
เมื่อถามถึงการใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทย เข้าไปใช้ผิดประเภทในเมียนมา พล.ท.กิตติพงษ์กล่าวว่า จะมีการใช้กลไกของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งอยู่ในฐานะ CEO ของจังหวัด เป็นศูนย์สั่งการชายแดน ในขณะที่กองทัพมีหน้าที่ในการให้การสนับสนุนกำลังพลเพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะจุดท่าข้ามต่างๆบริเวณแนวชายแดน ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือระหว่างกันในการเข้าไปตรวจสอบ
เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยต้องการให้ฝ่ายความมั่นคงระบุให้ชัดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ แม่ทัพภาค 3 กล่าวว่า อย่างที่บอกเป็นเรื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และทางกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแล กองทัพมีหน้าที่สนับสนุนด้านกำลังพล และประสานกับประเทศเพื่อนบ้านตามกลไก
แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงสถานการณ์บริเวณด่านชายแดนไปยังชเวก๊กโก เมียนมาว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูแล้ง ระดับน้ำในแม่น้ำเมยลดลง ทำให้สามารถเดินข้ามไปมาได้ง่ายขึ้น การลักลอบเข้าออกจึงทำได้สะดวกยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงมีการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และอาจจะต้องมีการวางเครื่องมือ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าออก
สำหรับชาวจีนที่เดินทางเข้า-ออกนั้น ส่วนใหญ่มีใบอนุญาตถูกต้อง แต่หลังจากที่มีข่าวการค้ามนุษย์ออกมา ทางจังหวัดได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบผู้ที่มีท่าทางน่าสงสัย จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด