Newsสังคมถูกตัดต่อคลิปให้ เข้าใจผิดว่าจาบจ้วงสถาบัน ‘อาจารย์เบียร์’ ชี้แจงกรณีที่ถูกฟ้องร้องว่ากระทำความผิด ตามมาตรา 112 และดูหมิ่นมหาเถรสมาคม

ถูกตัดต่อคลิปให้ เข้าใจผิดว่าจาบจ้วงสถาบัน ‘อาจารย์เบียร์’ ชี้แจงกรณีที่ถูกฟ้องร้องว่ากระทำความผิด ตามมาตรา 112 และดูหมิ่นมหาเถรสมาคม

สืบเนื่องจากกรณีที่โอม ภปส. – ทรงชัย เนียมหอม ประธานกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน กล่าวโทษอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม – สัญชัย วันพิรัตน์ ว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 จากการเผยแพร่คลิปวีดีโอพูดแอบอ้างว่าตนนั้นยิ่งใหญ่อยู่เหนือกษัตริย์  ไม่มีใครสามารถทำอะไรตนได้ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2568

 

และกรณีที่อนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม เข้าแจ้งความกล่าวโทษอาจารย์เบียร์ จากกรณีที่อาจารย์เบียร์ออกไลฟ์สดในช่วงเดือน ก.ย. 2567 กล่าวพาดพิงมหาเถระสมาคมใน 3 ข้อหา คือ หมิ่นประมาท, พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา

 

วันนี้ (11 ม.ค. 2568) อาจารย์เบียร์ ได้เปิดแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวในวันนี้ โดยมีสุทธิ กิตติศุภพร อดีตอธิบดีอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้, หม่อมหลวงสกุล มาลากุล อดีตสมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมการวิสามัญพิทักษ์และเทิดทูสถาบันพระมหากษัตริย์ และวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ประธานกรรมการบริษัทหมอเส็ง (ไทยแลนด์) จำกัดเข้าร่วมการแถลงด้วย

 

อาจารย์เบียร์กล่าวว่า คลิปดังกล่าวนั้นเป็นคลิปตั้งแต่เดือน ก.ย. แต่ถูกขุดกลับขึ้นมาแชร์ในโซเชียลมีเดียเพื่อให้กลายเป็นประเด็นในสังคมในปัจจุบัน  ตัวอย่างเช่นกรณีที่มีการกล่าวหาว่าตนเองกล่าวพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ในความเป็นจริงตนเองไม่ได้กล่าวพาดพิงสถาบันฯ แต่มีเจตนาที่จะสอนธรรมะ

 

โดยที่ตนเองเคยกล่าวว่าตนเองนั้น มี Back ใหญ่ นั้น ในช่วงต้นคลิปที่ตนเองกล่าวเช่นนั้น ตนเองได้กล่าวเอาไว้แล้วว่า Back ของเราคือพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่มีใครใหญ่เกินกว่าพระพุทธเจ้าได้ ไม่ว่าจะเป็นนายพล นายกรัฐมนตรี หรือว่าสถาบัน

ซึ่งในพระไตรปิฎกก็มีการกล่าวในบริบทนี้ว่า พระองค์ทรงอยู่เหนือ และพุทธบริษัทสี่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ดังนั้นพระพุทธเจ้าจะอยู่ในฐานะสูงสุดในโลกธาตุ 

 

ดังนั้นที่ตนเองพูดไว้นั้น ไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงสถาบันหรือกษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง แต่เป็นการพูดถึงบริบทที่พระพุทธเจ้าทรงบันลือสีหนาทไว้ว่า พระองค์ทรงอยู่เหนือโลก พระองค์ทรงสอนให้ทุกคนพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และยืนยันว่า สิ่งที่สอนในวันนั้นคือกำลังพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ได้มีเจตนาพูดถึงสถาบันแต่อย่างใด 

 

แต่ก็มีการตัดต่อเนื้อหาในคลิปของตนออกไป เพื่อทำให้คนเข้าใจผิดว่าตนเองนั้นมีเจตนาที่จะจาบจ้วงสถาบัน และเป็นที่มาของการที่ตนเองถูกฟ้องร้องว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นการใส่ร้ายป้ายสีตนเอง โดยดึงเอามาตรา 112 และสถาบันฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

ส่วนคลิปที่ 2 ที่ตนเองกล่าวถึงมหาเถรสมาคมนั้น ในเวลานั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์พระอาจารย์รูปหนึ่งที่กำลังถูกมหาเถรสมาคมไต่สวนว่ามีการสอนธรรมะที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนเองได้ว่าวิจารณ์ว่าในกรณีนี้มหาเถรสมาคมบางส่วนมีการตัดสินใจตามธรรมตามวินัยก็ถูกต้องดีแล้ว ควรแก่การรักษาไว้ แต่สำหรับบุคคลที่ทำตามกฎหมายแล้วก็ไม่ควรจัดการ

 

ซึ่งก็เป็นเพียงการวิจารณ์ตามกระแสสังคมเท่านั้น โดยขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะชี้ว่าใครถูกใครผิด อีกทั้งยังไม่ได้มีการกล่าวถึงสมเด็จพระสังฆราช แต่ก็มีการปั่นกระแสว่าตนเองนั้นไปจาบจ้วงสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องจริง

 

ซึ่งที่ผ่านมาตนได้มีการถวายเงินให้กับคณะสงฆ์ตามวัดที่ตนนับถือศรัทธาไปแล้วกว่า 20 ล้านบาท อีกทั้งในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาตนได้มีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี โดยมีประชาชนเข้าร่วม 4,000 กว่าคน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระสังฆราช แล้วจะมาบอกว่าตนเองทำลายพระศาสนาได้อย่างไร

 

ทั้งนี้ ทุกคนต่างก็มีหลักความเชื่อของตนเอง ดังนั้นการที่ตนเองพูดหรือสอนธรรมะอะไรไป การที่จะมีคนเห็นต่างขัดแย้งกับตน ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ตนเองขอร้องว่าอย่างเพิ่งรีบตัดสินใจ แต่ขอให้สืบหาข้อเท็จจริงก่อนที่จะมาตำหนิ รังเกียจกัน

 

สำหรับการที่กองทัพธรรมออกมากล่าวโทษตนเองนั้น ตนเองได้ไปออกรายการหลายรายการเพื่อชี้แจง อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะทำความเข้าใจกับกองทัพธรรมแล้ว แต่ทางกองทัพธรรม ไม่ยอมรับสาย และไม่เปิดโอกาสให้ตนได้ชี้แจง



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า