ตลกร้ายการเมือง! ป.ป.ช. ฟัน ‘พ่อ-ลุง’ มท.4 ก่อนคิวแฉโกงสอบท้องถิ่น จิ๊กซอว์ชิ้นเอกตอบชัด ทำไม ‘อนุทิน’ โละนักการเมือง ดึง ‘ปกรณ์’ และ ‘สอบสวนกลาง’ สางคดีทุจริตแทน
หากจะถามว่าทำไมกลไกการปราบปรามการทุจริตในแวดวงการปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงไม่สามารถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ “นักการเมือง” ตรวจสอบกันเองได้
เหตุการณ์ระดับ “ตลกร้าย” (Irony) ที่เกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
ท่ามกลางวาระร้อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตัดสินใจจัดทัพ “ข้ามห้วย” ดึงเทคโนแครตและบิ๊กความมั่นคงมาสางคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568
กลับเกิดเหตุแผ่นดินไหวทางการเมืองซ้อนขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อ ป.ป.ช. แถลงชี้มูลความผิดเครือข่ายบ้านใหญ่ ซึ่งเป็นครอบครัวสายตรงของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเสียเอง
🔴 ตลกร้าย! มท.4 จ่อแฉโกง แต่ ป.ป.ช. ฟัน “พ่อ-ลุง” ตัดหน้า
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หรือ “โกแพ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เพิ่งจะส่งสัญญาณเตรียมตั้งโต๊ะแถลงผลการสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นในค่ำคืนนี้ แต่ยังไม่ทันจะได้กระชากหน้ากากผู้กระทำผิด ข่าวใหญ่กลับมาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน
เมื่อนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ตั้งโต๊ะแถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอาญา นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล (ลุงของโกแพ) และ นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (บิดาของโกแพ) ในฐานะหุ้นส่วน หจก. เกียรติเจริญชัยการโยธา
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จ.สตูล มูลค่า 29.8 ล้านบาท เมื่อปี 2559 ซึ่งผู้รับจ้างทิ้งงานและล่าช้าจนมีค่าปรับพุ่งสูงถึง 58 ล้านบาท (สูงกว่ามูลค่าโครงการเกือบสองเท่า) แต่นายก อบจ. กลับเลือกที่จะ “ผ่อนปรน” ให้ผู้รับจ้างซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของตนเอง ยาวนานถึง 6 ปี ก่อนจะมีการส่งมอบงานในปี 2567 จนนำมาสู่การชี้มูลความผิดในมาตรา 151 และ 157
🔴 ถึงบางอ้อ! ทำไม ‘อนุทิน’ ต้องหั่นเนื้อร้ายเอง
การถูกชี้มูลความผิดของ “บ้านใหญ่สตูล” อันเป็นรากฐานทางการเมืองของ มท.4 กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่อธิบายว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีอนุทินถึงเลือกออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2569 ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาตรวจสอบการโกงสอบท้องถิ่น โดย “กัน” ฝ่ายการเมืองออกไปทั้งหมด
การดัน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ผู้ไร้สังกัดพรรคการเมือง ขึ้นแท่นเป็นประธาน ถือเป็นการสะท้อนภาพ “ความไม่ไว้วางใจ” อย่างเป็นทางการ
เพราะโครงสร้างการเมืองท้องถิ่นเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน หากปล่อยให้รัฐมนตรีหรือนักการเมืองที่เติบโตมาจากระบบบ้านใหญ่เป็นผู้ควบคุมการสืบสวน อาจเกิดปรากฏการณ์ “ลูบหน้าปะจมูก” และไม่สามารถขุดรากถอนโคนขบวนการจ่ายสินบนแก้คะแนนสอบได้จริง
🔴 ปิดประตูวิ่งเต้น ดึง ‘สอบสวนกลาง-ยุติธรรม’ ล้างบาง
นายอนุทินยังได้ตอกย้ำทิศทางนี้ ด้วยการดึงหน่วยงานสายปราบปรามเข้ามาร่วมบอร์ดแบบจัดเต็ม ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, อัยการสูงสุด, ปปง., ป.ป.ท. และที่สำคัญที่สุดคือการประกาศไฟเขียวให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้ามาทำคดีอาญาคู่ขนานกันไป
ปรากฏการณ์หน้าฉากที่ มท.4 กำลังจะปราบโกงสอบท้องถิ่น สวนทางกับหลังฉากที่เครือญาติสายตรงโดน ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีฮั้วรับเหมา ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า หากรัฐบาลต้องการกวาดล้างการทุจริตให้สิ้นซาก การพึ่งพากลไกเทคโนแครตและหน่วยงานความมั่นคงที่มีความเด็ดขาด คือ “ไฟต์บังคับ” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อปิดสวิตช์เครือข่ายอุปถัมภ์และเรียกศรัทธาระบบราชการกลับคืนมา
#TheStructure
#TheStructureNews
#อนุทินชาญวีรกูล #ปกรณ์นิลประพันธ์ #กระทรวงมหาดไทย