ปกป้องสิทธิของผู้ต้องหานับแสน ‘อนุดิษฐ์’ ยันระเบียบใหม่กรมราชทัณฑ์ไม่มีทางทำได้ทัน วันที่ ‘ทักษิณ’ ถูกจำคุกครบ 6 เดือน
สืบเนื่องจากกรณีที่ น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 66 ถึงการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ซึ่งอาจจะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งถูกคุมขังและรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14
และถูกนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทยตำหนิว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำตัวเสมือนหนึ่งเป็นโฆษกรัฐบาล และเป็นการแสดงความเห็นโดยไม่สอบถามสมาชิกพรรคมาก่อน ทำให้ น.อ. อนุดิษฐ์โพสต์เฟสบุ๊กตอบกลับว่า
หลายท่านคงเห็นข่าว เรื่องที่ผมพูดถึงเกี่ยวกับ #ระเบียบกรมราชทัณฑ์ และเห็นข่าวเรื่องที่รองเลขาธิการพรรคของผม ออกมาตำหนิและด้อยค่าทั้งพรรคและผม ทำนองว่าให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีอย่าไปเกาะชายกระโปรงคนอื่น
ในทางการเมืองก็ถือว่าแรงพอสมควร แต่ผมเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เรื่องนี้ได้รับการขยายผล จึงขออนุญาตเขียนอธิบายแบบใจเย็นและใช้สติดังนี้
(1) ท่านรองเลขาฯ มีสิทธิแสดงความเห็นได้เพราะพรรคมีความเป็นประชาธิปไตย และผมไม่ควรโกรธ
(2) แต่สิ่งที่ท่านรองเลขาฯพูด แสดงว่ายังเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่ผมเสนอความเห็นคือ ไม่ต้องการให้แต่ละฝ่ายเอาเรื่องนายกทักษิณมาเล่นการเมืองกับระเบียบกรมราชทัณฑ์ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย อันจะทำให้ผู้ต้องขังอื่นๆ ต้องเสียสิทธิ เพราะการเล่นการเมืองแบบไม่รับผิดชอบ
(3) สิ่งที่ผมแสดงความเห็นคือ ความพยายามในการ ปกป้องสิทธิของผู้ต้องหาอีกนับแสนคน ไม่ได้ปกป้องนายกทักษิณเพราะระเบียบนี้ ไม่มีโอกาสได้ใช้กับนายกทักษิณอยู่แล้ว เนื่องจากในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ท่านจะถูกจำคุกครบหกเดือน ซึ่งจะได้รับการพักโทษกลับไปอยู่บ้านได้
แต่การปฏิบัติตามระเบียบซึ่งต้องทำพร้อมกันทุกเรือนจำทั่วประเทศและยังต้องตรวจสอบสถานที่คุมขังทั่วประเทศ จึงไม่มีทางเสร็จก่อนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ ดังนั้น นายกทักษิณจึงไม่ได้ประโยชน์อะไรจากระเบียบนี้
(4) สิ่งที่อยากเรียกร้องคือ การเล่นการเมืองเพราะความเคียดแค้นหรือเพราะต้องการทำลายใครก็ตามจะต้องไม่ทำให้ผลกระทบเกิดกับบุคคลอื่น ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นในฐานะนักการเมืองที่ต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด ผมจึงต้องออกมาปกป้องความถูกต้องและสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขังอื่นอีกนับแสนคนตามที่กล่าวข้างต้น
เจตนาของผมมีเพียงเท่านี้ครับ จึงขออนุญาตชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง