เอกนัฏฟันบริษัทเหล็กจีนยับ ลงนามถอนสิทธิ BOI หลังพบทำผิดกฎหมายไทยหลายคดี พบซุกฝุ่นแดงอันตราย 4.3 หมื่นตัน มูลค่า 1.7 พันล้าน
ขิง-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง) โพสต์ข้อความกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการยกเลิกการประชุมเพื่อพิจารณาการถอดถอนสิทธิประโยชน์การลงทุน ของบริษัท ซินเคอหยวน จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเหล็กที่ถูกพบในซากอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า
“ผมได้ลงนามในหนังสือขอให้เพิกถอนสิทธิประโยชน์การลงทุน (BOI) ไปวันนี้ เนื่องจากพบว่าบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย พรบ.โรงงาน และ พรบ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
โดยที่หนังสือแจ้งเตือนให้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ครั้งแรกในวันที่ 27 ธันวาคม 2567 และครั้งที่สอง ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ยังมีผลเนื่องจากยังไม่มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด
ข่าวลือเรื่องการประชุมล่มเพราะกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เป็นความจริง แต่ได้ออกคำสั่งให้หัวหน้าชุดสุดซอยสอบแล้วครับ”
ด้านฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้
“ทีมตรวจการสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม” ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพิ่มเติมหลังจาก เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ตรวจพบว่า บริษัทฯ มีการลักลอบจัดเก็บฝุ่นแดงซึ่งเป็นกากอุตสาหกรรมอันตราย ปนเปื้อนโลหะหนัก ที่เกิดจากกระบวนการหลอมเหล็ก โดยกองเก็บไว้ภายในบริเวณโรงงานเป็นจำนวนมาก
นางสาวฐิติภัสร์ฯ กล่าวต่อว่า วานนี้ (3 เมษายน 2568) ทีมตรวจสุดซอยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน บุกเข้าตรวจสอบ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ต่อเนื่องอีกครั้ง หลังพบความผิดปกติของปริมาณฝุ่นแดง
ซึ่งบริษัทฯ แจ้งว่าตั้งแต่ปี 2559-2565 มีเพียง 2,245 ตัน แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการครอบครองจริง มากกว่า 43,000 ตัน มูลค่ากว่า 1.7 พันล้าน โดยหนึ่งในกรรมการบริษัทฯ อ้างว่าที่ข้อมูลตัวเลขคลาดเคลื่อนจากที่แจ้งไว้ เนื่องจากการเปลี่ยนพนักงานบันทึกข้อมูลหลายครั้ง ทำให้ไม่สามารถระบุผู้ให้ข้อมูลเดิมได้
เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง จึงได้ระงับการนำฝุ่นแดงทั้งหมดออกนอกบริเวณโรงงาน ยึดอายัดและเก็บตัวอย่างฝุ่นแดงเพื่อตรวจพิสูจน์ จนกว่าบริษัทฯ จะสามารถชี้แจงแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจนภายในวันที่ 10 เมษายนนี้ พร้อมเตรียมเพิกถอนใบอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน
“ข้ออ้างเรื่องความคลาดเคลื่อนของข้อมูลเนื่องจากการเปลี่ยนพนักงาน เป็นข้ออ้างที่บริษัทสีเทามักใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้แจงข้อเท็จจริง และหากบริษัทฯ ไม่สามารถชี้แจงที่มาของฝุ่นแดงได้ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะพิจารณาร่วมกับดีเอสไอ อาจรับเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้การสะสางคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและเข้มงวด” ฐิติภัสร์ กล่าว