ยอมถูกฟ้อง เพื่อประชาชน ‘กกพ.’ แย้ง ‘พีระพันธุ์’ ปรับสัญญา Adder ได้ ยันถ้าถูกฟ้องก็พร้อมสู้ เพื่อลดราคาค่าไฟ
เนื่องจากพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เคยให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการปรับลดค่าไฟของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่เสนอให้มีการยกเลิกสัญญา Adder-FiT นั้นมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้อง
และเสนอให้มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยปรับพอร์ต Pool Gas ให้เป็นสัดส่วนที่ชัดเจนระหว่างการนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าและการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจทำให้ค่าไฟลดลงได้อีกถึงเกือบ 40 สตางค์
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. กล่าวว่าการปรับทบทวนสัญญา Adder ใหม่ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เคยมีการหยิบยกเสนอให้ภาคนโยบายพิจารณามาแล้วเมื่อหลายปีก่อน อย่างไรก็ดีการพิจารณาและตัดสินใจเกี่ยวกับสัญญาเป็นหน้าที่ของภาคนโยบาย
ซึ่ง กกพ. ยินดีให้การสนับสนุน หากฝ่ายนโยบายเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีการหารือกัน และกกพ. เองก็ยินดีที่จะสนับสนุน เพราะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดการเหลื่อมล้ำ ทำให้เป็นสัญญาที่เป็นธรรมขึ้น
ทั้งนี้ตนมองว่าการลดค่าไฟ 17 สตางค์ต่อหน่วยนั้น เป็นไปได้และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้น ส่วนการปรับปรุงสัญญาเป็นเรื่องที่ทำได้ โดยอาจมีการพูดคุยกับผู้ที่เคยทำสัญญาไว้ แต่ถ้าจะให้ลดลงไปถึง 40 สตางค์ต่อหน่วยนั้น เป็นนโยบายของ รมว.พลังงาน ซึ่งตนเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านจะมีแนวทางหรือวิธีการอย่างไร
ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อค่าไฟนั้นประกอบไปด้วยค่าเชื้อเพลิงที่นำเข้าจากต่างประเทศและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง โดยค่าเชื้อเพลิงนั้นมาจากการนำเข้าก๊าซ LPG จากต่างประเทศ ซึ่งปลายปีที่ผ่านมา มีราคาลดลง 11-13 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู แต่ในเวลานี้ปรับขึ้นมาที่ 17 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากนโยบายของสหรัฐ
นอกจากนี้ กกพ. ยังมีหนี้คงค้างกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อีกราว 80,000 ล้านบาท และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อีก 15,000 ล้านบาท
ในเดือนมีนาคม กกพ. จะสรุปผลตัวเลขค่าไฟงวดหน้าเดือน พ.ค.-ส.ค. 2568 และจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) โดยจะมี 3 ทางเลือกให้พิจารณาก่อนวันที่ 7 มี.ค. นี้ ก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขค่าไฟที่ชัดเจนอีกครั้ง
ด้านวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวถึงการปรับสัญญา Adder -FIT ที่พีระพันธุ์เห็นว่าไม่สามารถยกเลิกได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องว่า สามารถทำได้ โดยให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) คำนวณราคาต้นทุนใหม่ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่การยกเลิกสัญญา แต่เป็นการทบทวนราคาที่สามารถทำได้จริง และจะช่วยประชาชนประหยัดค่าไฟได้ราว 33,150 ล้านบาทต่อปี
และสามารถปรับลดค่าไฟได้ 17 สตางค์ต่อหน่วย หากมีการเอาค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐ (Policy Expenses : PE) ออกไป
ซึ่งเรื่องนี้ กกพ. ได้เคยทำหนังสือถึง รมว. พลังงานแล้ว เมื่อเดือนธันวาคม 2567 เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนสัญญา Adder และ รมว. ได้นำเข้าที่ประชุม กพช. แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
ทั้งนี้ วรวิทย์ยืนยันว่า “การปรับสัญญา Adder ถ้าทำแล้วโดนฟ้อง แต่เพื่อประโยชน์ของประชาชน ผมก็พร้อมสู้”