ยื่นสอบพีระพันธุ์ หลังด่าประชาชนเป็นกลุ่มคนใต้ตม ภาคประชาชนนำโดย ‘อาร์ตถึงแก่น’ บุกยื่นหนังสือที่รัฐสภา เหตุ ‘ด้อมพี’ คุกคามและบูลลี่คนเห็นต่าง และเด็กพิเศษ
วันที่ 6 พ.ค. 2568 ภาคประชาชนนำโดย อรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง หรือ “อาร์ตถึงแก่น” ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ที่อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมและบทบาทของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการส่งเสริม และสนับสนุนในการสร้าง “ด้อมพีระพันธุ์” หรือ “ด้อมพัง” หรือไม่
อรรทิตย์ฌาณ ระบุว่ากลุ่มคนดังกล่าวที่เรียกตัวเองว่า “ด้อมพีระพันธุ์” มีพฤติกรรมล่วงละเมิดหรือล่วงเกิน คุกคาม ผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง โดยมีการถ่ายทอดสดหรือผลิตวิดีโอที่บิดเบือนข้อมูลด่าทอ ใช้ข้อความที่หยาบคาย รวมถึงการบูลลี่เด็กพิเศษด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการคุกคาม เรื่องของสิทธิเสรีภาพของคนที่มีความเห็นต่าง ผ่านทางแอพพลิเคชั่น TikTok และ Facebook
โดยพฤติกรรมที่สงสัยว่านายพีระพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างกลุ่มแฟนคลับด้วยหรือไม่นั้น เป็นเพราะนายพีระพันธุ์ได้ใส่เสื้อพัง ซึ่งเป็นเสื้อที่ทางพรรคได้ทำขึ้นมา
โดยวันนี้ที่มายื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ เพราะมีหลักฐานที่แฟนคลับของนายพีระพันธุ์ไปช่วยกันแพ็คเสื้อ “พัง” รวมถึงปฏิทินของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งภาพที่ปรากฏคาดว่าสถานที่นั้นเป็นสถานที่ราชการคือบ้านพิบูลธรรม ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของนายพีระพันธุ์
ทั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ สนับสนุนให้มีการส่งเสริมหรือสนับสนุน ให้มีการจัดกิจกรรม การพบปะของด้อมพีระพันธุ์หรือไม่
โดยวันนี้ได้นำไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ระหว่าง พีระพันธุ์ และ “ด้อมพี” มายื่นเป็นหลักฐาน โดยเริ่มจากการเปิดตัวด้อมพีระพันธุ์ ตั้งแต่ช่วง เม.ย.ปี 67 หลังจากนั้นจะมีการจัดงานเสวนาอีก 2 ครั้งที่สามย่านมิตรทาวน์ และล่าสุดคือ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมาก็มีการจัดกิจกรรมด้อมพีระพันธุ์อีกครั้ง และทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรม นายพีระพันธุ์ก็จะไปร่วมด้วยเสมอ
อรรทิตย์ฌาณ กล่าวว่า ในวันที่ 20 เม.ย. นายพีระพันธุ์ได้มีการพูดในประเด็นที่ทำให้เกิดการโต้แย้งกันในสังคม ที่เปรียบเปรยประชาชนที่ไม่ได้สนับสนุนตัวเอง เป็นประชาชนที่อยู่ใน “กลุ่มคนใต้ตม” ไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องมุดลงไป กระชากคนเหล่านั้นขึ้นมา
จึงอยากให้นายภราดร ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ ทั้งของนายพีระพันธุ์ และด้อมพี ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะผิด รัฐธรรมนูญ ในหมวด 8 มาตรา 164 วรรค 4 (สร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุก และสามัคคีปรองดองกัน) ด้วยหรือไม่ รวมถึงอาจจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมด้วยว่าเข้าขั้นร้ายแรงหรือไม่
ด้านนายภราดร กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน จากทุกภาคส่วน วันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบจากโลกออนไลน์ ที่แสดงให้เห็นว่าบนโลกสังคมออนไลน์มีการบูลลี่ในทุกกลุ่มสีเสื้อ ตนจึงคิดว่ามีความจำเป็นที่สภาฯ จะต้องมาศึกษาและหาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรกับโลกออนไลน์ที่มีผู้คนที่จะบูลลี่ฝ่ายตรงข้าม โดยในระบอบประชาธิปไตย ตนเชื่อว่าความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่การแสดงความคิดเห็นต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น โดยตนจะนำเรื่องดังกล่าวนำเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ไปดำเนินการต่อ