ภาคบริการอีสาน โอกาสใหม่ที่ต้องคว้าไว้ ‘ธปท.’ เผย 4 ธุรกิจภาคบริการรายได้สูง ดาวรุ่งในระดับจังหวัดของอีสาน
ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่บทความเรื่อง “พาเบิ่ง… ภาคบริการอีสาน โอกาสใหม่ที่ต้องคว้าไว้” เพื่อมุ่งเจาะลึกศักยภาพธุรกิจบริการดาวรุ่งในระดับจังหวัดของอีสาน เนื่องจากธุรกิจภาคบริการนั้นมีความสำคัญมากขึ้น จากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดย 4 ธุรกิจสำคัญที่มีมูลค่าธุรกรรมการรับเงินสูง และเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่ได้รับผลดีโดยตรงจากการเติบโตของเมือง กระแสรักสุขภาพ และการเข้ามาของเทคโนโลยี อย่าง E-commerce ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจขนส่งพัสดุ และธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ 5% ต่อปี สูงกว่ากลุ่มธุรกิจบริการอื่น ๆ และมีสัดส่วนรวมกันมากถึง 48% ของกิจกรรมบริการทั้งหมด
— ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ —
ในอีสาน ปี 2564 มีมูลค่าการรับเงิน 4.2 พันล้านบาท โดยกระจุกอยู่ในโคราช ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี ซึ่งเป็น “หัวเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอีสาน” จากการกิจกรรมด้านอุตสาหกรรม การลงทุน การท่องเที่ยว การแพทย์ และการศึกษา
อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากนโยบายของภาครัฐเพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ รถไฟความเร็วสูงสายอีสาน มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช (M6) และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในโคราช อุดรธานี และอุบลราชธานี
— ธุรกิจสุขภาพ —
ในอีสาน ปี 2564 มีมูลค่าการรับเงิน 2.5 พันล้านบาท กระจุกตัวอยู่ในหัวเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอีสาน จากปัจจัยเดียวกันกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอานิสงค์จากการมียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) พ.ศ.2560 – 2569 ในขอนแก่น โคราช และอุดรธานี
ธุรกิจด้านสุขภาพใน ขอนแก่น โคราช อุดรธานี และอุบลราชธานี มูลค่าการรับเงินมากกว่า 60% มาจากกลุ่มลูกค้าในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง จากการเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพ รวมถึงการมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่หลากหลาย
โดยเฉพาะ ขอนแก่น ที่มีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ของอีสาน อีกทั้ง ขอนแก่น โคราช และอุดรธานี ได้รับการสนับสนุนเป็นเขตนวัตกรรมการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ด้วย
สร้างโอกาสในการเป็นหน้าด่านในการรองรับกลุ่มผู้ใช้บริการทางการแพทย์จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้โรงพยาบาลจากส่วนกลางเริ่มเห็นศักยภาพและขยายสาขามายังอีสาน อาทิ เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ ที่ขยายมาอุบลราชธานี มุกดาหาร และสกลนคร
รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่ขยายการลงทุนเพื่อรองรับกลุ่ม CLMV อย่างโรงพยาบาลกรุงเทพอุดร อีกทั้งเริ่มเห็นชาวจีน ทั้งกลุ่มที่เป็นนักธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มที่เดินทางมาจากประเทศจีน เข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพในหนองคาย อุดรธานี และขอนแก่น จากข้อได้เปรียบด้านความสะดวกและความรวดเร็วในการเข้ารับบริการทางการแพทย์
— ธุรกิจขนส่งพัสดุ —
ในอีสาน ปี 2564 มีมูลค่าการรับเงิน 3.2 พันล้านบาท และมูลค่ากว่า 87% กระจุกอยู่ใน ขอนแก่น จากการมี “ตัวแทนใหญ่ของธุรกิจขนส่งพัสดุ” เข้ามาตั้งบริษัทในจังหวัดเพื่อขยายจุดรับ-ส่งพัสดุ (Drop-off) ให้ครอบคลุมพื้นที่อีสานมากยิ่งขึ้น
ผ่านการเปิดรับตัวแทนแฟรนไชส์หน้าร้านรับ-ส่งพัสดุ ในระดับราคาเริ่มต้นไม่กี่พันบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีพื้นที่หน้าร้านเพื่อสนองจุดรับ-ส่งพัสดุแก่พ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นอีสานที่หันมาค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปสู่ไลฟ์สไตล์ที่นิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (E-commerce) มากขึ้น จนเป็น New Normal ของผู้คนในปัจจุบัน
สร้างโอกาสให้กับกลุ่มผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรม และกลุ่มผู้ประกอบการอาหารแปรรูป จากการเข้าถึงช่องทางการขายและรูปแบบการขายใหม่ ๆ เช่น “ Live ขายสินค้า” เป็นต้น ส่งผลให้สินค้าท้องถิ่นในหลายจังหวัดอีสานสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น
ทั้งสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่ได้รับมาตรฐาน GI และมีมูลค่าสูง อาทิ สัปปะรด ลิ้นจี่ แคนตาลูป ทุเรียน ข้าวฮางทิพย์ หมูยอ และวัตถุดิบอีสาน รวมถึงสินค้าหัตถกรรม อาทิ ผ้าย้อมคราม ตะกร้าหวาย และตะกร้าสาน อีกทั้ง เริ่มเห็นผู้ประกอบการในอีสานพัฒนาการขายสินค้าโดยดึงผู้มีชื่อเสียงในโลกโซเชียล (Influencer) มา Live ขายสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายอีกด้วย
— ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม (ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว) —
ในอีสาน ปี 2564 มูลค่าการรับเงิน 1.5 พันล้านบาท โดยมูลค่ารับเงินส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าบุคคล (รูปที่ 2) และมูลค่ากว่า 70% กระจุกอยู่ใน 2 กลุ่มจังหวัด ได้แก่
1 กลุ่มจังหวัดใหญ่ โคราช ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี
2 กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยว นครพนม หนองคาย และบุรีรัมย์
เนื่องจากเป็นจังหวัดที่รองรับผู้เยี่ยมเยือนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้เยี่ยมเยือนคนไทยที่กระจุกอยู่ใน 2 กลุ่มจังหวัดกว่า 70% ของจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยทั้งหมดในอีสาน จากปัจจัยสนับสนุนหลักคือ กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์ตามแต่ละพื้นที่
ทั้งกิจกรรมงานบุญประเพณี กิจกรรมกีฬา และกิจกรรมสายธรรมชาติ ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มใน กลุ่มจังหวัดใหญ่ มูลค่าการรับเงินมากกว่า 60% มาจากกลุ่มลูกค้าในพื้นที่และจังหวัดอื่นในอีสาน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีประชากรในพื้นที่สูงและแม้จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยมาก
แต่ส่วนใหญ่เป็นการเที่ยวกันในภาค ตามการท่องเที่ยวอีสานที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ขณะที่กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยว มูลค่าการรับเงินมากกว่า 50% มาจากกลุ่มลูกค้ากรุงเทพฯ และปริมณฑล สะท้อนการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างภาคที่เป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง
การท่องเที่ยวในอีสานส่วนใหญ่เป็นการเที่ยวกันเองในภาค แต่เห็นสัญญาณการเข้ามาของนักท่องเที่ยวนอกภาคชัดขึ้น ทั้งในแถบจังหวัดริมโขง จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาทางศาสนา รวมถึงการมีงานบุญประเพณีขนาดใหญ่อย่างงานไหลเรือไฟ และงานบุญบั้งไฟ และ บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่มีกิจกรรมตลอดปี
อาทิ งานแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ ตั้งแต่รายการย่อยไปจนถึงรายการใหญ่อย่าง MotoGP รวมถึงงานมาราธอนมาตรฐานโลก จากการมีกิจกรรมในพื้นที่ที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ที่ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมในพื้นที่ แหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางท่องเที่ยว ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยในจังหวัดท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวสูง และขยายตัวมากกว่าช่วงก่อน Covid-19
— ข้อเสนอแนะในการยกระดับภาคบริการของอีสาน —
งานศึกษานี้ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภูมิภาค เพื่อสะท้อนศักยภาพของพื้นที่และสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเบื้องต้น ดังนี้
“ดึงภายนอก”
การศึกษาพบว่า 4 จังหวัดหลักของภาคอีสาน คือ โคราช ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี มีศักยภาพสูงในการดึงดูดนักลงทุนและผู้บริโภคจากต่างพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นผลจากการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญและการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ศักยภาพที่โดดเด่นนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ดังนั้น การสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ของภาคอีสาน อาทิ การใช้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลผ่านการดึง Influencer มาร่วมโปรโมท อาจช่วยให้ภาพลักษณ์ใหม่ของภาคอีสานเป็นที่รู้จักมากขึ้น และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว
“ยกระดับภายใน”
การศึกษาชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและมีความต้องการที่หลากหลายในปัจจุบัน ส่งผลต่อธุรกิจอีสานทั้งในจังหวัดใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ การซื้อขายผ่าน E-commerce และการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ อย่างกิจกรรมบุญประเพณี กิจกรรมกีฬา และกิจกรรมสายธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนอกภาคได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจในพื้นที่จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ไว อาทิ การยกระดับมาตรฐานสินค้า บริการ และทักษะแรงงาน อย่างด้านภาษาและการสื่อสาร เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการและความสามารถในการแข่งขัน จึงจะคว้าโอกาสใหม่ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้