Newsนโยบายสาธารณะและการพัฒนา4 Megatrends กระทบเงินเฟ้อในอนาคต ธปท. ชี้ภาวะเงินเฟ้อในอนาคตจะได้รับอิทธิพลจาก ภูมิรัฐศาสตร์-ดิจิทัล-โลกร้อน-สังคมสูงอายุ

4 Megatrends กระทบเงินเฟ้อในอนาคต ธปท. ชี้ภาวะเงินเฟ้อในอนาคตจะได้รับอิทธิพลจาก ภูมิรัฐศาสตร์-ดิจิทัล-โลกร้อน-สังคมสูงอายุ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่บทความเรื่อง “เจาะ 4 เทรนด์โลก ความท้าทายใหม่ต่อการดูแลเงินเฟ้อ” โดยมีใจความสำคัญว่าเงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญในทุกมิติของเศรษฐกิจ

 

และในอนาคตจะได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก 4 กระแสหลัก (megatrends) ของโลก ที่จะเปลี่ยนทั้งต้นทุนการผลิตและพฤติกรรมผู้บริโภค การเข้าใจ megatrends เหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ธนาคารกลางดูแลเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยให้ประชาชนและธุรกิจวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น

 

1 ภูมิรัฐศาสตร์: สงครามผ่านการค้าและอาวุธ

 

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในประเทศผู้ผลิตและส่งออกสำคัญ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อ อุปทานพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้ราคาผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิด ปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน (supply chain disruption) ทำให้ปริมาณสินค้าลดลงและต้นทุนการผลิต-ขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงไทย

 

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้จะทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯ สูงขึ้นในระยะสั้น แต่ในประเทศอื่นๆ อาจมีแนวโน้มเงินเฟ้อต่ำลงจากการที่สินค้าจากจีนถูกปรับทิศทางส่งออก (trade diversion) ไปยังประเทศอื่นมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว หากการกีดกันทางการค้าทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากแหล่งต้นทุนต่ำ อาจทำให้เงินเฟ้อโลกสูงขึ้นจากประสิทธิภาพการผลิตที่ด้อยลง ความขัดแย้งอื่นๆ เช่น อิสราเอล-อิหร่าน หรืออิสราเอล-ฮามาส ยังอาจซ้ำเติมให้ราคาน้ำมันและต้นทุนค่าขนส่งผันผวนสูงขึ้นได้อีกด้วย

 

2 Digitalization: เมื่อเทคโนโลยีช่วยเร่งประสิทธิภาพและการแข่งขัน

การนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ในภาคธุรกิจช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และทำให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดราคาสินค้าและบริการให้มีแนวโน้มลดลง ตัวอย่างเช่น การใช้หุ่นยนต์ในโรงงานผลิตรถยนต์ช่วยลดต้นทุนค่าแรง การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจค้าปลีกช่วยลดต้นทุนการจัดการสต็อก หรือการติดตั้งเซนเซอร์ในโรงงานผลิตเพื่อลดความเสี่ยงเครื่องจักรหยุดทำงาน

 

นอกจากนี้ การเติบโตของการชอปปิงออนไลน์และ E-commerce ทำให้เกิด การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการถูกกดดันให้ลดราคา และทำให้ความสามารถในการปรับขึ้นราคาทำได้จำกัด แม้ว่าราคาอาจมีความผันผวนมากขึ้นจากการปรับราคาที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว

3 Climate change: ต้นทุนของโลกร้อนและการเปลี่ยนให้กลับมาเป็นโลกสีเขียว

ภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม ทำให้ราคาสินค้าเกษตรผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในหมวดอาหารสดที่มีสัดส่วนสำคัญในตะกร้าเงินเฟ้อของไทย เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำ หรือน้ำท่วมใหญ่ที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย

 

ขณะเดียวกัน ความพยายามมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น การเก็บภาษีก๊าซเรือนกระจก หรือการใช้พลังงานทดแทน ทำให้เกิดภาระต้นทุนใหม่สำหรับอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม และแม้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะมีต้นทุนสูงกว่าในระยะแรก แต่ในระยะยาว หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนและเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องอาจลดลงได้

4 Aging Society: วิกฤตเด็กเกิดน้อยในสังคมผู้สูงอาย

4 Megatrends กำหนดทิศทางเงินเฟ้อโลกและไทย: สงคราม, ดิจิทัล, โลกร้อน, สังคมสูงวัย

เงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญในทุกมิติของเศรษฐกิจ และในอนาคตจะได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก 4 กระแสหลัก (megatrends) ของโลก ที่จะเปลี่ยนทั้งต้นทุนการผลิตและพฤติกรรมผู้บริโภค การเข้าใจ megatrends เหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ธนาคารกลางดูแลเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยให้ประชาชนและธุรกิจวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น บทความนี้จะสรุปผลกระทบของแต่ละ megatrend ต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทย:

 

  1. ภูมิรัฐศาสตร์: สงครามการค้าและอาวุธ

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในประเทศผู้ผลิตและส่งออกสำคัญ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อ อุปทานพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้ราคาผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิด ปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน (supply chain disruption) ทำให้ปริมาณสินค้าลดลงและต้นทุนการผลิต-ขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงไทย

 

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้จะทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯ สูงขึ้นในระยะสั้น แต่ในประเทศอื่นๆ อาจมีแนวโน้มเงินเฟ้อต่ำลงจากการที่สินค้าจากจีนถูกปรับทิศทางส่งออก (trade diversion) ไปยังประเทศอื่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว หากการกีดกันทางการค้าทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากแหล่งต้นทุนต่ำ อาจทำให้เงินเฟ้อโลกสูงขึ้นจากประสิทธิภาพการผลิตที่ด้อยลง ความขัดแย้งอื่นๆ เช่น อิสราเอล-อิหร่าน หรืออิสราเอล-ฮามาส ยังอาจซ้ำเติมให้ราคาน้ำมันและต้นทุนค่าขนส่งผันผวนสูงขึ้นได้อีก

 

  1. ดิจิทัลไลเซชั่น: เทคโนโลยีเร่งประสิทธิภาพและการแข่งขัน

การนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ในภาคธุรกิจช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และทำให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดราคาสินค้าและบริการให้มีแนวโน้มลดลง ตัวอย่างเช่น การใช้หุ่นยนต์ในโรงงานผลิตรถยนต์ช่วยลดต้นทุนค่าแรง การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจค้าปลีกช่วยลดต้นทุนการจัดการสต็อก หรือการติดตั้งเซนเซอร์ในโรงงานผลิตเพื่อลดความเสี่ยงเครื่องจักรหยุดทำงาน

 

นอกจากนี้ การเติบโตของการชอปปิงออนไลน์และ E-commerce ทำให้เกิด การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการถูกกดดันให้ลดราคา และทำให้ความสามารถในการปรับขึ้นราคาทำได้จำกัด แม้ว่าราคาอาจมีความผันผวนมากขึ้นจากการปรับราคาที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว

 

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: ต้นทุนโลกร้อนและเศรษฐกิจสีเขียว

ภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม ทำให้ราคาสินค้าเกษตรผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในหมวดอาหารสดที่มีสัดส่วนสำคัญในตะกร้าเงินเฟ้อของไทย เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำ หรือน้ำท่วมใหญ่ที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย

 

ขณะเดียวกัน ความพยายามมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น การเก็บภาษีก๊าซเรือนกระจก หรือการใช้พลังงานทดแทน ทำให้เกิดภาระต้นทุนใหม่สำหรับอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม และแม้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะมีต้นทุนสูงกว่าในระยะแรก แต่ในระยะยาว หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนและเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องอาจลดลงได้

 

  1. สังคมสูงอายุ: วิกฤตเด็กเกิดน้อย

ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2567 และกำลังมุ่งสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อทั้งด้านสูงและต่ำ

 

ด้านอุปสงค์: ผู้สูงอายุมีแนวโน้มบริโภคน้อยลง ทำให้รายได้และการบริโภคโดยรวมลดลง ซึ่งอาจกดดันให้ราคาสินค้าและเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและบริการทางการแพทย์ที่สูงขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ อาจทำให้เงินเฟ้อในหมวดนี้เพิ่มขึ้นได้

 

ด้านอุปทาน: การขาดแคลนแรงงานในวัยทำงานและการลดลงของ productivity อาจทำให้ประเทศสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำลงได้ นอกจากนี้ ภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐในด้านสาธารณสุขและสวัสดิการผู้สูงอายุ อาจทำให้ภาคเอกชนต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับสูงขึ้น และเมื่อรวมกับค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนแรงงานที่จำกัด อาจทำให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นได้ในระยะยาว

 

#TheStructure
#TheStructureNews
#ธนาคารแห่งประเทศไทย #เงินเฟ้อ

 

อ่านรายงานฉบับเต็มของ ธปท.: https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/bot-magazine/Phrasiam-68-2/theknowledge-megatrends.html

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า