3 สส. พรรคร่วมรัฐบาล วิจารณ์ พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว. พาณิชย์
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ (20 ก.พ. 2568) สส. จากพรรคต่าง ๆ ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้าน เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้มีการพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกร จากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ
โดยการอภิปรายในครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว. พาณิชย์ และ ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว. เกษตรและสหกรณ์ จากพรรคกล้าธรรม
นพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าราคาข้าวนั้นตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยการผลิตสูงขึ้น ชาวนาไม่มีทุนทรัพย์และไม่มีเงินชำระหนี้ จึงอยากจะให้รัฐบาลช่วยพยุงราคา และที่ผ่านมา ไม่ว่าราคาข้าวจะตกต่ำเพียงใน ชาวนาก็ไม่เคยขอให้รัฐบาลช่วยในฤดูเพาะปลูกข้าวนาปรัง แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกเพราะว่ามันไม่ไหวจริง ๆ
ตนเองไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เรื่องเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ตนเองและ สส. พรรคเพื่อไทย ต่างพยายามที่จะเตือนให้ท่านเห็นว่าสถานการณ์ข้าวโลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาราคาต่ำต่ำในอนาคต พยายามบอกมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2567 ตั้งแต่อินเดียประกาศส่งออกข้าว หลังจากงดส่งออกเป็นเวลา 2 ปี
“ไม่เข้าใจว่าเป็นองคาพยพของหน่วยงานหรือเป็นของใครกันแน่ในกระทรวงพาณิชย์ ที่ไม่ยอมที่จะได้ดูแลติดตามสถานการณ์จนเกิดเหตุการณ์ทำให้พี่น้องนั้นเดือดร้อน มีการตอบคำถามของผู้มีอำนาจบางท่านในกระทู้สดว่าไม่เคยมีรัฐบาลไหนได้ช่วย ผมจะบอกว่าปกติแล้วชาวนาก็ไม่เคยร้องขอ ถ้าไม่ได้ลดลงมามากเหมือนอย่างปัจจุบันนี้” นพดลกล่าว
พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าได้ทราบปัญหานี้มาระยะหนึ่งแล้ว ชาวนาเองก็ใช้ความอดทนมานานแล้ว ตนเชื่อว่าถ้าไม่เหลืออด ชาวนาก็คงจะไม่ออกมาคากแดดชุมนุมเช่นนี้ เพื่อรอคำตอบจากรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่ใกล้จะได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว
“ปีนี้รัฐบาลจะไม่มีมาตรการอะไรมาช่วยเลยเหรอคะ ราคาข้าวดี รัฐบาลก็เฉย ราคาตกต่ำรัฐบาลก็ยังอยู่เฉยได้เหรอคะ ต้องออกมารับมือกลับปัญหานี้ได้แล้วค่ะ เพราะช้าและรอไม่ได้” พิมพฤดากล่าว
ตนเองแปลกใจมากว่าทั้ง ๆ ที่รัฐบาลนี้เป็นที่คาดหวังว่าจะมาช่วยแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน แต่เหตุใดรัฐบาลจึงยังไม่ออกมาช่วยเหลืออีก พร้อมทั้งยังตั้งคำถามว่า ทั้ง ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีการออก 7 มาตรการเร่งด่วน” ออกมา (ประกาศเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2568)
ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นโครงการที่ดี ในการผลักดันราคาข้าวนาปรัง แต่ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นโครงการระยะยาว ไม่ได้ตอบโจทย์พี่น้องชาวนาในเวลานี้
“ตัวดิฉันก็ต้องถามกลับไปยังกระทรวง (พาณิชย์) เช่นกันว่าโครงการเหล่านี้ จะพร้อมเมื่อไร? จะทันการณ์หรือไม่? จะเริ่มได้เมื่อไร? เพราะอีกไม่นาน ชาวนาต้องเกี่ยว (ข้าว) กันแล้วนะคะ พอชาวนาเกี่ยวไปแล้ว เรารออะไรไม่ได้แล้ว ชาวนาเกี่ยวแล้ว ก็ต้องขายแล้ว
การที่รัฐบาล (กระทรวงพาณิชย์) ออกมาตรการที่เป็นแบบนี้ออกมา ตัวดิฉันและเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้แทนฯ เอง ก็…พูดตรง ๆ นะคะท่านประธานว่าไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบกับพี่น้องชาวนาที่กำลังรอฟังคำตอบอยู่คะ
เพราะว่าในแต่ละมาตรการที่ (กระทรวงพาณิชย์) ออกมา ก็…เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็คงมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกับดิฉัน คือเห็นมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรกับพี่น้องเกษตรกร” พิมพฤดากล่าว และเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่สำคัญและเร่งด่วนของชาวนาจริง ๆ
ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนาออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำให้ได้ ก่อนที่ข้าวนาปี ที่มีกว่า 70% ของปริมาณข้าวทั้งหมดจะถูกเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
และที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2567 กมธ. เกษตรฯ ได้มีการเตือน รมว. พาณิชย์เอาไว้แล้วว่า ราคาข้าวจะตกต่ำ จากนโยบายการข้าวข้างของอินเดีย ขอให้มีการเตรียมนโยบายรองรับเอาไว้ และราคาข้าวก็ตกต่ำลงมาจริง ๆ ราคาลดหายไปกว่าครึ่ง
“รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทำอะไรอยู่ครับ 24 (ต.ค. 2567) เราไปประชุม เราเตือน (รมว.พาณิชย์) แล้ว มาวันนี้ครับ เป็นการสารภาพเลย ว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลยที่จะรองรับ มาประชุมอนุ นบข. ในวันนี้ ช่วยบ่าย 2 โมงนี่ล่ะครับ แล้ว (ราคาข้าว) มันตกต่ำมานานเท่าไรแล้ว
กว่าจะออกมาเนี่ยนะครับ ข้าวก็จะไปอยู่ในมือของโรงสี ในมือของพ่อค้าเสียหมดก่อน ก็ไม่ได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรอยู่ดี” ณัฐวุฒิกล่าว
นอกจากนี้ ยังมี สส. จากทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ออกมาวิจารณ์มาตรการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำกันอย่างกว้างขวาง