Articlesบทบรรณาธิการกัมพูชาหลอกให้มหาอำนาจฆ่ากันเอง 200 ปีแห่งการล่อลวงมหาอำนาจเพื่อประโยชน์ของชนชั้นนำ คิดแต่จะยืมจมูกคนอื่นหายใจ แต่ไม่เคยคิดจะพัฒนาตัวเอง

กัมพูชาหลอกให้มหาอำนาจฆ่ากันเอง 200 ปีแห่งการล่อลวงมหาอำนาจเพื่อประโยชน์ของชนชั้นนำ คิดแต่จะยืมจมูกคนอื่นหายใจ แต่ไม่เคยคิดจะพัฒนาตัวเอง

หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา กัมพูชาแสดงท่าทีที่ฝักใฝ่เอาใจทรัมป์อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเสนอชื่อทรัมป์ชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สนองความต้องการของทรัมป์ อีกทั้งยังมีการเร่งเครื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐอีกด้วย

แต่ในทางกลับกัน กัมพูชายังพยายามรักษาความสัมพันธ์กับจีน โดยฮุน มาเน็ตร่ายบทความสรรเสริญเยินยอจีน หวังรักษาน้ำใจของจีน

กัมพูชาพยายามอาศัยความขัดแย้งและการแข่งขันบนเวทีภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและจีน ในการสร้างสมดุลใหม่ให้กับตัวเอง และไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่กัมพูชาอาศัยกลยุทธ์นี้ในการฉกฉวยประโยชน์จาก 2 มหาอำนาจโลก หากเข้าใจประวัติศาสตร์ของกัมพูชาในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา กัมพูชาอาศัยกลยุทธ์นี้ในการเอาตัวรอดมาโดยตลอด

 

ย้อนเวลากลับไป 200 กว่าปีก่อนนี้ กัมพูชาถือเป็นรัฐกันชนที่อ่อนแอของ 2 มหาอำนาจของภูมิภาคอย่างไทย และเวียดนาม และการเมืองภายในของกัมพูชามีความเปราะบางในหลาย ๆ ด้าน เปิดโอกาสให้ทั้งไทยและเวียดนามเข้ามาแทรกแซง

ราชสำนักกัมพูชาเองก็มักจะเลือกข้างฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง เปิดโอกาสให้ 2 มหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองได้อย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดสงครามตัวแทน (Proxy War) ระหว่าง 2 ชาติ จนในที่สุดการช่วงชิงก็บานปลายกลายเป็นสงครามอานามสยามยุทธ หรือสงครามสยาม-เวียดนาม (พ.ศ. 2384-2388) ในที่สุด

2 มหาอำนาจรบราฆ่าฟันกันในดินแดนกัมพูชาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี ผลาญทรัพยากรของทั้ง 2 ประเทศไปเป็นจำนวนมากจน สร้างปัญหาภายในให้แก่ทั้ง 2 ประเทศ จนในที่สุดทั้ง 2 ฝ่ายตัดสินใจเปิดโต๊ะเจรจา ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปในการให้กัมพูชาเป็น “ประเทศราชร่วม” (Joint Suzerainty) ในปี 2388

ซึ่งสนธิสัญญาฉบับนี้ ส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจการปกครองของกัมพูชาอย่างถาวร ทำให้กัมพูชาเปราะบาง ไร้เสถียรภาพและต้องพึ่งพาอำนาจภายนอกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาวะเช่นนี้ ไม่ได้สร้างความพอพระทัยให้แก่กษัตริย์กัมพูชาเท่าใดนัก และตั้งพระทัยที่จะนำพากัมพูชาให้หลุดจากสภาวะนี้

 

แต่หนทางที่พระองค์เลือกกลับเป็นการ “ยืมจมูก” ฝรั่งเศสหายใจ โดยหลังจากที่ฝรั่งเศสยกทัพเข้ามารุกรานเวียดนาม ในปี 2401 และค่อย ๆ บีบให้เวียดนามค่อย ๆ เสียดินแดนของตนเอง กัมพูชาก็เลือกที่จะเป็น “ดินแดนในอารักขา” ของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2406

ซึ่งทางเลือกของกัมพูชานี้ บีบให้ไทยเองก็ต้องยินยอมสูญเสียอำนาจเหนือกัมพูชา และเปิดช่องให้ฝรั่งเศสค่อย ๆ เข้ามายึดดินแดนที่เคยเป็นของไทยไปเรื่อย ๆ อีกทั้งยังเป็นรากเหง้าของปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชามาจวบจนปัจจุบัน

 

อย่างไรก็ดี นโยบายการปกครองของฝรั่งเศสเองก็ไม่ได้เป็นคุณแก่คนกัมพูชามากนัก โดยรัฐบาลฝรั่งเศสมองว่าคนกัมพูชานั้น “โง่และเกียจคร้าน” จึงดำเนินนโยบายกดขี่ชาวกัมพูชา โดยนำชาวเวียดนามกับชาวจีนเข้ามาทำงานในระบบราชการและการค้า แทนที่ชาวกัมพูชา

และแม้กัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี 2496 แต่กัมพูชากลับต้องกลายเป็นพื้นที่ทำสงครามตัวแทนอีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากไทย-เวียดนาม เป็นสหรัฐ – โซเวียต 2 มหาอำนาจโลกในเวลานั้นแทน โดยมีไทยยืนอยู่ฝ่ายสหรัฐ และเวียดนามยืนอยู่ฝ่ายโซเวียต

จนในที่สุด เวียดนามที่มีโซเวียตหนุนหลัง เข้ายึดกัมพูชาได้อย่างเบ็ดเสร็จในปี 2522 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่งผลให้ฮุน เซน สามารถก้าวเข้าสู่อำนาจทางการเมืองกัมพูชาได้เป็นครั้งแรก ในฐานะ รมว. ต่างประเทศ กรุยทางให้เขาเป็นผู้นำเผด็จการของกัมพูชาได้จนถึงปัจจุบัน

 

หลังสิ้นสุดลงของสงครามเย็น และการล่มสลายของสหภาพโซเวียต สหรัฐพยายามเข้ามามีอิทธิพลเหนือกัมพูชาผ่านการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ แต่การก่อการรัฐประหารของฮุนเซนในปี 2540 ได้ทำให้สหรัฐตัดความช่วยเหลือต่อกัมพูชาทั้งหมด เปิดช่องว่างให้จีนเข้ามามีอิทธิพลเหนือกัมพูชาแทน โดยจีนสนับสนุนกัมพูชาโดยไม่มีเงื่อนไข ต่างจากสหรัฐที่สร้างเงื่อนไขให้กัมพูชามีประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน

 

จีนต้องการกัมพูชาเป็นเส้นทางผ่านของสินค้าตามแนวคิดหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road Initiative) และลงทุนด้านการคมนาคมขนส่ง และอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก

 

อย่างไรก็ดี การปรับท่าทีของกัมพูชาต่อสหรัฐ ที่เป็นเหมือนการทอดสะพานกลับมาขอคืนดีในครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้สหรัฐเข้าแข่งขันกับจีนในกัมพูชาและอาเซียนอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่น่าจับตาว่า กัมพูชาจะกลายเป็นพื้นที่ทำสงครามตัวแทนอีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วซ้ำ ๆ ตลอด 200 ปีที่ผ่านมาอีกหรือไม่

แต่ที่แน่ ๆ ตลอด 200 กว่าปีที่ผ่านมา กัมพูชาใช้วิธีการยืมจมูกคนอื่นหายใจมาตลอด หยิบยืมอำนาจต่างชาติ และเปลี่ยนฝั่งไปเรื่อย ๆ เพียงเพื่อรักษาอำนาจของชนชั้นนำ โดยไม่เคยคิดจะพัฒนาความแข็งแกร่งจากภายในเลยแม้สักครั้งเดียว

 

#TheStructure
#TheStructureEssay
#ชายแดนไทยกัมพูชา #จีน #สหรัฐ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า