เศรษฐกิจสหรัฐฯ แซงหน้าจีน เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี
บลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันศุกร์ (20 พ.ค.) ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะแซงหน้าจีนเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519
ในรายงานระบุว่า ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และการระบาดซ้ำทั่วประเทศ ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนหยุดชะงัก ถึงแม้ว่าจีนจะบังคับใช้มาตรการทางการคลังและมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็ตาม
โดยผลสำรวจนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะมีตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงแค่ 2% ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ทางการจีนประกาศไว้ที่ 5.5%
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่าตัวเลขคาดการณ์ GDP ที่ 5.5% ซึ่งทางการจีนประกาศไว้ ไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้ว่าจีนจะผ่อนคลายมาตรการ zero covid หรือไม่ก็ตาม
ทางฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโตราว 2.8% โดยมีแรงขับเคลื่อนมาจากอัตราการจ้างงานและการใช้จ่ายภาคเอกชนที่สูง ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะพุ่งทะยานสูงสุดในรอบ 40 ปีก็ตาม
ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจกันมาช้านาน และที่ผ่านมาประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้กำหนดแผนทางเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยมีความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าระบอบเผด็จการของจีน
ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 4 ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 5.5% ในปีที่แล้วเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในขณะที่ GDP ของจีนเพิ่มขึ้น 4%
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า ยังไม่สายเกินไปที่จีนจะพลิกเกม โดยอธิบายว่า จีนยังคงมีตัวเลือกด้านนโยบายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ซึ่งการบังคับใช้มาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจที่แท้จริงอย่างทันท่วงทีและเด็ดขาด เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการกอบกู้เศรษฐกิจของจีนในครั้งนี้
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม