หากโดนหมายเรียกไปเป็นพยาน คดีโกง ‘เที่ยวด้วยกัน’ ให้ประสาน เพื่อให้ปากคำสถานีในพื้นที่อาศัยได้ ไม่ต้องบินข้ามจังหวัดไปให้ปากคำ
ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2565 แนะนำประชาชนกรณีถูกเรียกเป็นพยานคดีทุจริต “เราเที่ยวด้วยกัน” ดังนี้
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการปราบปรามการทุจริตโครงการรัฐ พร้อมเปิดศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยได้ดำเนินการอย่างจริงจังและเข้มข้น เพื่อไม่ให้เม็ดเงินงบประมาณของประเทศเกิดการรั่วไหลนั้น พบว่าการดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ผ่านมา ช่วงวันที่ 1 ก.ย. 64 – 1 ม.ค. 65 มีการดำเนินคดีอาญากับผู้ทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกันแล้ว 323 คดี
ในการดำเนินการเอาผิดกับผู้ทุจริตได้นั้น อาจมีกรณีที่ต้องขอข้อมูลจากผู้ใช้สิทธิโครงการเป็นพยานในคดี หากโรงแรมหรือที่พักที่เข้าไปใช้สิทธินั้นมีการทุจริต โดยประชาชนที่ได้รับหมายเรียกให้ไปเป็นพยานในคดีทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งอาจอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากสถานีตำรวจภูธรเจ้าของคดีนั้น
เช่น ต้องเดินทางข้ามจังหวัด ก็ขอให้ประชาชนรีบติดต่อสถานีตำรวจตามหมายเรียก เพื่อขอคำแนะนำ และแจ้งถึงปัญหาการเดินทางในการไปเป็นพยานในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และขอให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธร หรือสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ที่ตนเองพักอาศัยอยู่
จากนั้นสถานีตำรวจที่ท่านให้ปากคำ จะรวบรวมข้อมูลส่งไปยังศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งต่อไปยังสถานีตำรวจเจ้าของคดีนั้นๆ ต่อไป
“รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงขอประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจ ให้รีบติดต่อสถานีตำรวจเจ้าของคดีก่อนเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเป็นพยาน สำหรับคดีทุจริตโครงการเที่ยวด้วยกันคดีเดียวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคดีอื่นๆ”
ประชาชนให้ความสนใจโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนต่อขยาย ที่รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียน จองโรงแรม-ที่พักจำนวนสิทธิ 1.5 ล้านสิทธิโดยมียอดผู้ลงทะเบียนจองสิทธิที่พัก-โรงแรม เต็ม 1.5 ล้านสิทธิแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา สะท้อนศักยภาพของโครงการที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน ผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สนับสนุนการสร้างงานและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
โดยผลสำรวจของสมาคมโรงแรมไทย ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า อัตราการเข้าพักเดือนสิงหาคม 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 48% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่โรงแรมที่มีรายได้กลับมาเกิน 50% มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากกลุ่มโรงแรมมากกว่า 4 ดาวเป็นหลัก
“รัฐบาลพยายามแสวงหามาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกกลุ่ม โครงการต่างๆ ที่ประชาชนพึงพอใจ แก้ไขปัญหาตรงจุดเป็นผลสำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความซื่อสัตย์และสุจริตของทุกฝ่ายและทั้งระบบ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง”
#TheStructureNews
#ทิพานัน #เราเที่ยวด้วยกัน #ทุจริต
อ้างอิง :[1] https://www.thaipost.net/economy-news/219167/
วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ อินฟลูฯ ธุรกิจ เผย “ศาสตร์การคิดและวิเคราะห์รอบด้าน” เพื่อป้องกันตัวในยุคที่มิจฉาชีพอยู่รอบตัวเรา
บทบาทและโครงสร้างของ กอ.รมน. ตอบคำถามต่อข้อครหาว่า กอ.รมน.เป็นรัฐซ้อนรัฐหรือไม่
ตัดวงจรสแกมเมอร์ ดีอี-ตร.แถลงผลปฏิบัติการครั้งใหญ่ ข้อมูลหลุด 9 ล้านรายชื่อ ทั้งผู้มีชีวิตและเสียชีวิต ถูกนำขายความเสียหายแล้วกว่า 290 ล้านบาท
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม