Newsการเมืองวิวาทะ พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า 1 มี.ค. 2568 VS รัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ 2 มี.ค. 2568

วิวาทะ พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า 1 มี.ค. 2568 VS รัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ 2 มี.ค. 2568

ช่อ-พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้ากล่าวถึงการส่งกลับชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2568 ว่าตนเองได้รับทราบจากลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว สส. ปทุมธานี พรรคประชาชนว่า ในการประชุม กมธ. กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้มีการเชิญกระทรวงต่างประเทศ (กต.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ามาชี้แจงในเรื่องนี้

 

ทุกคนต้องได้รู้ว่ารัฐบาลโกหก ก็คือใน กมธ. ทั้ง กต. กระทรวงต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติ รับตรงกันว่ามีประเทศที่ 3 หลายประเทศที่แสดงเจตจำนงรับ แล้วยืนยันกับ กมธ. ว่าไม่มีการส่งกลับจีนแน่นอน เราเป็นห่วงสวัสดิภาพนู่น นี่ นั่น ไม่ส่งกลับจีนแน่นอน 

 

แต่ ไฮไลท์นะคะทุกคน ตัดคลิปให้ดิฉันด้วย มีประเทศที่ 3 หลายประเทศขอรับตัวชาวอุยกูร์เหล่านี้ แต่รัฐบาลไทยไม่ส่งให้เพราะเกรงผลกระทบจีน ช่อกล่าว

 

ด้านรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยมีข้อความว่า

 

ขอชี้แจงเรื่องอุยกูร์ต่ออีกสักนิด 

ที่มีคนออกมาบอกว่ามีประเทศที่สามยินดีรับชาวอุยกูร์ที่เหลือกลับไปนั้น ผมขอยืนยันว่าไม่มีจริง

เพราะอะไร? ง่ายๆ คือโดยปกติถ้ามีประเทศที่สามยินดีรับไปอย่างจริงจัง ประเทศเหล่านี้จะต้องมีหนังสือแจ้งยืนยันความประสงค์มาเป็นทางการต่อรัฐบาลไทย โดยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ หรือผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นๆ

ซึ่งไม่มีครับ

อาจเป็นไปได้ที่มีบางประเทศเคยแสดงความประสงค์โดยเฉพาะในช่วงเมื่อ 11 ปี ที่แล้ว ซึ่งก็ได้มีการส่งตัวชาวอุยกูร์บางส่วนไปแล้ว แต่หลังจากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับชาวอุยกูร์ที่ยังตกค้าง ไม่มีประเทศใดมีหนังสือแสดงความจำนงเป็นทางการมาเลย

นอกจากประเทศจีน 

ซึ่งในแง่หนึ่งก็เข้าใจได้ เพราะการรับตัวไปประเทศที่สามนั้นไม่ได้ทำง่ายๆ หลายประเทศก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนไว้ ไม่อยากเป็นศัตรูกับจีน และต่อให้ระดับประเทศมหาอำนาจอื่น เขาก็มีเรื่องการเมืองภายในประเทศ ที่การรับผู้ลี้ภัยเพิ่มเติมมาสู่สังคมเป็นเรื่องอ่อนไหว ที่ไม่ช่วยในการสร้างคะแนนความนิยม 

จึงไม่มีประเทศไหนอยากทำจริง

และขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการดำเนินการระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลเท่านั้น ที่ต้องตกลงกัน การไปติดต่อผ่านองค์การระหว่างประเทศ จะ UNHCR ก็ไม่เกี่ยว หรือเป็นนักการเมืองที่ขณะนั้นยังไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือ NGO กลุ่มใดก็ไม่ได้ 

จะต้องเป็นระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลเท่านั้น 

จึงขอเรียนชี้แจงมาเพิ่มเติมตามนี้ครับ

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า