รายได้ของรัฐบาลย้อนหลัง 10 ปี พ.ศ. 2556 – 2565
รายได้ของรัฐบาลมาจากการเก็บภาษีอากรต่าง ๆ ร่วมกับรายได้จากส่วนราชการบางหน่วย และรัฐวิสาหกิจ และเมื่อรวบรวมมาได้ จะต้องมีการจ่ายออกตามระเบียบการเงินซึ่งประกอบด้วย การคืนภาษีของสรรพากร, เงินชดเชยภาษีสำหรับสินค้าส่งออก, อากรถอนคืนกรมศุลกากร และหักรายได้จัดสรรจาก VAT ให้ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย
รายได้ของรัฐบาล ที่จัดแสดงนี้ เป็นรายได้สุทธิ หลังหักรายจ่ายข้างต้นออกแล้วมีดังนี้
รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
– พ.ศ. 2556 มีรายได้สุทธิ 2,156,677 ล้านบาท
รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
– พ.ศ. 2557 มีรายได้สุทธิ 2,078,648 ล้านบาท
รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
– พ.ศ. 2558 มีรายได้สุทธิ 2,291,975 ล้านบาท
– พ.ศ. 2559 มีรายได้สุทธิ 2,356,793 ล้านบาท
– พ.ศ. 2560 มีรายได้สุทธิ 2,355,060 ล้านบาท
– พ.ศ. 2561 มีรายได้สุทธิ 2,586,007 ล้านบาท
– พ.ศ. 2562 มีรายได้สุทธิ 2,566,437 ล้านบาท
– พ.ศ. 2563 มีรายได้สุทธิ 2,307,717 ล้านบาท
– พ.ศ. 2564 มีรายได้สุทธิ 2,407,192 ล้านบาท
– พ.ศ. 2565 มีรายได้สุทธิ 2,605,821 ล้านบาท
—
จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า ช่วงเวลาที่รัฐบาลมีรายได้สูงที่สุดคือ พ.ศ. 2565 มีรายได้สุทธิ 2,605,821 ล้านบาท และช่วงเวลาที่มีรายได้ต่ำที่สุดคือ พ.ศ. 2557 มีรายได้สุทธิ 2,078,648 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่รายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดคือ พ.ศ. 2558 ซึ่งเพิ่มขึ้น ที่ 10.3% เมื่อเทียบปีก่อน ในขณะที่ช่วงเวลาที่รายได้ภาพรัฐถดถอยมากที่สุดคือ พ.ศ. 2563 ลดลง 10.1% ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกเผชิญหน้ากับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา อันส่งผลต่อวิกฤตราคาน้ำมันและอาหารโลก มิได้ส่งผลให้รายได้ของรัฐบาลไทยในปีนั้นลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น 8.3%
ที่มา
– ข้อมูลเปิดเผยของกระทรวงการคลัง, “ผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ปี 2556 ถึง 2565”. https://dataservices.mof.go.th/menu3?id=2&page=&freq=year&yf=2556&yt=2565&sort=asc&search_text=
กลุ่มต้านรัฐบาลเริ่มโผล่ สนธิประกาศตรวจสอบและอาจขับไล่รัฐบาลหลังปีใหม่ ด้านจตุพรประกาศ 5 ตุลาคมนี้ เริ่มการเคลื่อนไหว
“พรรคก้าวไกลเสนอให้ลดโทษกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา ให้เหลือแค่โทษปรับตามอัตราส่วนรายได้ของผู้กระทำผิดด้วย คือถ้าจนก็ไม่ต้องจ่ายเยอะ เพิ่งเคยเห็นการออกกฎหมายเพื่อโอบอุ้มผู้กระทำผิด และมองความเสียหายของผู้ถูกละเมิดเป็นเรื่องเบาๆ” – ณัฏฐา มหัทธนา 24 พ.ค. 66
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม