อินเดียอนุมัติส่งออกข้าว ที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อราคาข้าวในตลาดโลกในเร็วๆ นี้
รัฐบาลอินเดียได้อนุมัติให้กลับมาส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ (28 ก.ย.) เนื่องจากข้าวในคลังของประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกที่ส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกษตรกรกำลังเตรียมเก็บเกี่ยวผลผลิตใหม่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
การส่งออกข้าวจากอินเดียที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มอุปทานโดยรวมในตลาดทั่วโลก และทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกลดลง โดยบังคับให้ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อื่นๆ เช่น ไทย ปากีสถาน และเวียดนาม ต้องลดราคา ลง
รัฐบาลอินเดียกำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับการส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติไว้ที่ 490 ดอลลาร์ (15,784 บาท) ต่อตัน การตัดสินใจของนิวเดลีที่จะอนุญาตให้ผู้ค้าส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติในตลาดโลก เป็นไปตามมาตรการผ่อนปรนข้อจำกัดการส่งออกข้าวบาสมาติระดับเกรดพรีเมียม ข้าวหอมบาสมาติ และข้าวนึ่ง
โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ก.ย.) รัฐบาลอินเดียยังได้ลดอัตราภาษีส่งออกข้าวนึ่งเหลือ 10% จาก 20% และก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ยกเลิกราคาขั้นต่ำสำหรับการส่งออกข้าวบาสมาติเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรหลายพันคนที่ร้องเรียนว่าไม่สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล อย่าง ยุโรป ตะวันออกกลาง และสหรัฐฯ
บี.วี. กฤษณะ ราโอ ประธานสมาคมผู้ส่งออกข้าวกล่าวว่า แม้จะมีการกำหนดภาษีส่งออกข้าวนึ่งไว้ที่ 10% และกำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับการส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติไว้ที่ 490 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ข้าวขาวของอินเดียก็ยังคงสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
ราเจช ปาฮาเรีย เจน ผู้ค้าข้าวในนิวเดลีกล่าวว่า การตัดสินใจอนุญาตให้กลับมาส่งออกข้าวที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติจะช่วยเพิ่มรายได้ของเกษตรกรในชนบท และช่วยให้อินเดียกลับมามีตำแหน่งในตลาดโลกอีกครั้ง
นับตั้งแต่รัฐบาลอินเดียประกาศระงับการส่งออกในปี 2023 อุปทานข้าวในประเทศก็เริ่มเพิ่มขึ้น ทำให้สต็อกข้าวในคลังสินค้าของรัฐบาลเพิ่มขึ้น โดยสต็อกข้าวใน Food Corporation of India ณ วันที่ 1 ก.ย. อยู่ที่ 32.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 38.6% จากปีที่แล้ว
(1 ดอลลาร์ = 32.21 บาท)