จำกัดเวลาเล่นเกมของเด็ก ศาลอุทธรณ์ญี่ปุ่นยืนตามศาลชั้นต้น ระบุคำสั่งดังกล่าว ‘ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ’
ศาลอุทธรณ์ญี่ปุ่นพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ระบุ คำสั่งจำกัดระยะเวลาเด็กเล่นวิดีโอเกมต่อวัน ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ หลังจากที่นักเรียนชาย ม.ปลายกับมารดายื่นฟ้องรัฐบาลจังหวัดคางาวะ โดยอ้างว่า ถูกละเมิดสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเอง
สำนักข่าวเคียวโดนิวส์ รายงานว่า คำสั่งจำกัดระยะเวลาการเล่นวิดีโอเกมของเด็ก ซึ่งบังคับใช้ครั้งแรกในจังหวัดคางาวะ เมื่อเดือนเมษายน 2020 แนะนำให้ผู้ปกครองจำกัดชั่วโมงการเล่นเกมของบุตรหลานที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ให้เหลือเพียง 60 นาที/วัน ในวันที่มีเรียน และ 90 นาที/วัน ในวันหยุด
ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าว เป็นเพียงแนวทางที่ผู้ปกครองควรถือปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้บุตรหลานใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไป โดยไม่ได้เป็นข้อกำหนดทางกฎหมายแต่อย่างใด และไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม
รัฐบาลจังหวัดคางาวะอธิบายว่า ทางจังหวัดออกคำสั่งดังกล่าวไว้เป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อลดปัญหาการเสพติดวิดีโอเกมในเด็ก ซึ่งเคียวโดนิวส์ ระบุว่า การเสพติดวีดีโอเกม ส่งผลเชิงลบต่อสมรรถภาพทางวิชาการและสมรรถภาพทางกายลดลง โดยในรายที่เสพติดหนักอาจส่งผลให้มีปัญหาการนอน หรือถึงขั้นแยกตัวเองออกจากสังคม
โจทก์ (แม่-ลูก) ยื่นฟ้องรัฐบาลจังหวัดคางาวะเป็นเงิน 1.6 ล้านเยน (416,000 บาท) เมื่อเดือนกันยายน 2020 โดยแย้งว่าคำสั่งดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น มาตรา 13 ซึ่งรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสวงหาความสุขภายในขอบเขตที่ไม่ขัดต่อประโยชน์สุขอันร่วมกันของสาธารณะ
นอกจากนี้ ยังยืนกรานว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดที่สนับสนุนว่า การจำกัดเวลาการเล่นเกมสามารถป้องกันการเสพติดเกมได้ พร้อมกับอ้างว่า คำสั่งดังกล่าวมีแต่จะสร้างความกดดันทางจิตใจแก่เด็ก
ในขณะที่ทางฝ่ายจำเลยแย้งว่า ในปี 2018 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้ ‘โรคติดเกม’ (Gaming Disorder) เป็นอาการทางสุขภาพจิตชนิดหนึ่งที่เกิดจากพฤติกรรมเสพติด และต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ พร้อมยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติ โดยไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติตาม
(1 เยน = 0.26 บาท)
อ้างอิง :
“บิ๊กป้อม” สั่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย พร้อมรับมือราคาพลังงานที่สูงขึ้น
รัฐบาลไต้หวันเปิดตัว สถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ หวังสื่อสารกับชาวโลกเพื่อคานกับจีน
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม