กลยุทธ์ 3P ของ ปตท. แนวทางสู่ Net Zero สร้างสังคมคาร์บอนต่ำเพื่อคนไทยอย่างยั่งยืน
ไม่ว่าจะเป็น ภัยแล้ง, น้ำท่วม, อากาศร้อนสูงที่ขึ้น, น้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ที่ปรากฏในรายงานข่าวทั่วโลกคือสัญญาณเตือนมนุษยชาติถึงภาวะโลกร้อนและวิกฤต climate change ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงโลกของเราอยู่ และมีความจำเป็นจะต้องเร่งแก้ไข
โดยสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งนั้นมาจากจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนำไปสู่ความต้องการในการใช้ทรัพยากรและพลังงานที่มากขึ้นไปด้วย รวมทั้งการขยายตัวของอุตสาหกรรม และการสูญเสียพื้นที่และทรัพยากรป่าไม้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ทำให้มลพิษสะสมอยู่บนชั้นบรรยากาศ และแก๊สเรือนกระจก (GHG) ซึ่งปกคลุมโลกอยู่นั้นก็จะกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้ ทำให้โลกนั้นร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นตัวเร่งทำให้มนุษย์ต้องร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหานี้
ในการประชุม COP26 ซึ่งคือที่ประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในปี 2565 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์นำประเทศไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutral ให้ได้ในปี 2593 (ค.ศ. 2050) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้ได้ในปี 2608 (ค.ศ. 2065)
ปทต. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติของไทย ได้มีเป้าหมายร่วมกับภาครัฐในการพาประเทศไทยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยกลยุทธ์ 3P นั่นคือ
- Pursuit of Lower Emissions หรือ การขับเคลื่อนการปล่อยก๊าซให้ต่ำลง เชื่อมโยงเป้าหมาย Clean growth กลุ่ม ปตท. จะดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 15% ภายใน 10 ปี โดยมีโครงการที่สำคัญ ดังนี้
– ปตท.สผ. นำร่องที่โครงการอาทิตย์ในอ่าวไทย ใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน หรือ CCS ซึ่งอ่าวไทยมีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนได้ถึง 40 ล้านตันต่อปี
– ใช้เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนที่เก็บไว้มา ใช้ประโยชน์ หรือ CCU รวมถึงการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
– ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
– ใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานไฮโดรเจน เพื่อเป็นเชื้อเพลิงควบคู่การใช้ก๊าซธรรมชาติ
- Portfolio Transformation หรือ การเปลี่ยนแปลงพอร์ตการลงทุนให้มีความรักษ์โลกมากยิ่งขึ้น เพิ่มสัดส่วน Green Portfolio และบริหารจัดการ Hydrocarbon Portfolio
– กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ ภายในปี 2030
– โดยมีงบลงทุนประมาณ 32% ของงบลงทุนทั้งหมด
– ปัจจุบัน ปตท. ได้ยุติการลงทุนพลังงานถ่านหินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
– ส่วนการลงทุนในเชื้อเพลิงเดิมจะไม่มีการขยายเพิ่ม แต่จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น
- Partnership with Nature and Society หรือ การเป็นหุ้นส่วนความรับผิดชอบและสร้างประโยชน์ต่อธรรมชาติและสังคม เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่า
– มีแผนจะปลูกป่าเพิ่มอีก 2 ล้านไร่ เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 4 ล้านตันต่อปี
– ที่ผ่านมา ปตท. ปลูกป่าไปแล้วกว่า 1,000,000 ไร่ ใน 54 จังหวัด ตั้งแต่ปี 25537
– ดูดซับ CO2 ได้มากกว่า 2.1 ล้านตันต่อปี ; ปล่อย O2 สะสม 1.7 ล้านตันต่อปี
– บริษัทในเครือ ปตท. ร่วมปลูกอีก 1,000,000 ไร่
– ช่วยสร้างประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจให้กับชุมชนมาแล้ว มากถึง 280 ล้านบาทต่อปี
การดำเนินการของ ปทต. ร่วมกับภาครัฐและเอกชน รวมทั้งหากได้รับความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนคนไทยทั่วไป อาจกล่าวได้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero ได้ตามที่รัฐบาลไทยได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ต่อเวทีนานาชาติ และจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้โลกเราแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเผชิญอยู่ได้ไม่มากก็น้อย
#TheStructureArticle
#ลดโลกร้อน #ClimateChange #PTT
ปรากฏการณ์ขี้วาฬเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นสีเขียวเกิดขึ้นจากอะไร ส่งผลกระทบอย่างไร
มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ อินโนบิก ผลิตและจำหน่าย “ซอสซ่อนผัก” นวัตกรรมซอสเพื่อสุขภาพ ไร้สารก่อมะเร็ง
GISTDA เปิดภาพ ‘พื้นที่ป่ารูปหัวใจ’ ในเชียงราย มุมมองจากอวกาศ เติมหวานรับวาเลนไทน์
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม